Travel

Freiburg from Schlossberg Tower

 

DSC01122

เช้าวันรุ่งขึ้น เป็นวันหยุดอีกแล้ว วันหยุดที่เยอรมันนี่ก็เยอะไม่ต่างจากเมืองไทยเลยเหมือนกันนะ หยุดบ่อยจริงๆ ฉันคิดอยู่ว่าที่จ่ายเงินมาเรียนนี่จะคุ้มหรือเปล่านะ เพราะเราเสียค่าเรียนไปทุกวันแม้วันหยุดเขาก็คิดค่าเรียนไป

วันหยุดนี้ฉัน หยาและ Ana มีนัดไป Schlossberg กัน Schlossberg เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของไฟรบวร์ก เพราะฉันยังไม่เคยเห็นเมืองนี้จากมุมสูง เลยอยากจะไปสัมผัสบรรยากาศเสียหน่อย   กว่าฉันจะทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ปาเข้าไปเที่ยงครึ่ง Ana มารออยู่นานแล้ว เราเลยไปหาร้านอาหารเที่ยงทานกันก่อนแล้วหยาที่ยังไม่เสร็จจะตามมาทีหลัง

Ana, Yah, and I had a hiking trip up to Schlossberg tower, where we could see Freiburg from the bird eye’s view. I have never seen this city from the highest peak, so I was so thrilled to prove her beauty as I have flattered her a lot and wanted to tell you that it’s worth visiting! It took forever to get out of the house, while Ana was already waiting for me outside. I felt sorry for her for having known (late) Thai girls lol!

Before hiking up, we first headed to town to find a nice restaurant for lunch.

IMG_1430

 

พวกเราไปเจอ Jamila เพื่อนอีกคนที่จะมาทานข้าวเที่ยงด้วยที่หน้า McDonalds เราได้จับจองร้านอาหารน่านั่งร้านหนึ่งใจกลางเมือง วันนี้อากาศดีมากเราเลยถือโอกาสนั่งตากลมกันข้างนอก และเพื่อนฉันก็ตามมาถึงในไม่ช้า

วันนี้เมนูของฉันคือ Putensteak und Salat มันคือสเต็กไก่กับสลัดหน้าตาดี สิริรวมราคาก็ 8.50 ยูโร รวมกับโค้ก 1 แก้ว 2 ยูโร แพงมากนะคะสำหรับกะเหรี่ยงไทยในต่างแดนอย่างฉัน คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 400 บาทเลย ซึ่งใช้ได้ 2-3 วันที่บ้านเรา อาหารมากันครบตามที่สั่ง เราก็พูดคุยเรื่องสัพเพเหระระหว่างมื้ออาหาร เมื่ออิ่มหนำสำราญ Jamila จึงขอตัวกลับก่อน (เธอแค่มาทานมื้อเที่ยงด้วยกัน แค่นั้นจริงๆ)

We met another friend, Jamila, in front of Mcdonalds. Then we found an outdoor restaurant at the heart of the city when Yah joined us later. The menu for me was Putensteak (chicken steak) and good-looking salad. It was a huge portion for me and it cost me a fortune for almost 11 Euro plus Coke. It was about 400 Thai baht and I could spend for 2 days in Thailand. FML.

DSC01065

do you see the small tower from here?
do you see the small tower from here?

DSC01068

เราสามคนจึงเดินไป Schlossberg กันในตอนที่ฟ้าเริ่มครึ้มฝนแล้ว เราเดินออกจากใจกลางเมืองไปเรื่อยๆ จนขึ้นสะพานเชื่อมไปยังสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ซึ่งสวนแห่งนั้นเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการเดินเท้าขึ้นไป Schlossberg   ระหว่างทางขึ้นไปยัง Schlossberg tower  เราเดินผ่านป่าอุดมสมบูรณ์เขียวชอุ่มซึ่งเป็นทางลาดขึ้นเขาไปเรื่อยๆ    ฉันว่าที่นี่เป็นทางคดเคี้ยวที่สวยงามมากทางหนึ่ง ถึงพวกเราจะเดินกันอย่างเหนื่อยล้าและใช้เวลาประมาณ 30 นาที แต่วิวทิวทัศน์ข้างทางทำให้ฉันหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เนื่องจากได้เห็นไฟรบวร์กในมุมที่สูงไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ  น่าประทับใจจริงๆ  เมื่อถึงข้างบน เรายังต้องเดินขึ้นหอคอยอีกซึ่งถือว่าสูงทีเดียว บันไดทุกขั้นนั้นจะมีชื่อของผู้บริจาคเงินหรือให้การสนับสนุนในการสร้างหอคอยแห่งนี้

Ana, Yah, and I, walked to the park which is the gateway up to Schlossberg and it is near to the city center and all touristic spots. While we walked, the sky slightly became cloudy and we were afraid that it might rain anytime soon. Anyway, we did not head back. The plan was the plan and it rains everyday in Freiburg regardless. Hahaha.

We were gradually hiking up to the Schlossberg with difficulty at first. The green and fresh forest helped relieve exhaustion and it’s good for breathing. The lovely wide paths narrowed to small routes and the paths got steeper and steeper but it was indeed beautiful. The paths are surrounded by evergreen forest and it allowed us to see Freiburg in higher level. It took us half an hour to get to the top. Still, the tower awaited us. Freiburg from the very spot is truly magnificent but I was sure on the top of the tower would serve us the better view.  Moreover, on every step, there was a name of each donor who helped building this tower.

DSC01079

ไต่ความสูงขึ้นเรื่อยๆ
ไต่ความสูงขึ้นเรื่อยๆ

DSC01083

DSC01096

DSC01100

เราเดินขึ้นบันไดไต่ความสูงไปเรื่อยๆ ข้างบนมีนักท่องเที่ยวจับจองพื้นที่กันเยอะแล้ว เกรงว่าหากขึ้นไปสมทบแล้วหอคอยอาจถล่มลงมาได้ ฉันคงไม่ได้กลับเมืองไทย   จริงๆ ไม่กลัวความสูง แต่แค่ผวานิดหน่อยกลัวหอคอยไม่แข็งแรง  ฉันก็บ่นไปเรื่อยแต่พอขึ้นไปถึงข้างบนเท่านั้นแหละ ฉันถึงกับอึ้งเพราะทิวทัศน์ ของเมืองไฟรบวร์กทั้งเมืองนั้นสวยงามมาก สวยหยาดเยิ้ม (เว่อร์ไปมั้ง เดี๋ยวคอยชมภาพดีกว่า ภาพไม่ค่อยชัดเนื่องจากฝนตกและไม่ได้แต่งแต้มเลย)

ลองนึกภาพเมืองเล็กๆ น่ารักๆ เมืองหนึ่งที่บ้านเกือบทุกหลังมี่หลังคาเป็นสีน้ำตาลส้ม และที่รอบข้างนั้นล้อมรอบไปด้วยป่าดำสีเขียวชอุ่มที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เห็นภาพสีส้มและสีเขียวเกือบดำตัดกันอย่างชัดเจน   ใจกลางเมืองมีโบสถ์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นโบสถ์เด่นสง่างามและเป็นศูนย์รวมจิตใจชาวเมืองไฟรบวร์ก โบสถ์นั้นตั้งเด่นสง่าอยู่ใน Münsterplatz จัตุรัสใจกลางเมือง        ไฟรบวร์กที่เห็นในทุกความรู้สึกและโสตประสาทของฉันนั้นช่างลงตัว เมืองเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยป่าดำ ถ้าคนเมืองนี้ไม่กระอักความสุขตายกันไปข้างนึง ฉันก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว แต่บอกเลยว่า ฉันไม่ผิดหวังจริงๆ ที่เลือกมาเรียนที่นี่ เป็นเพราะความรักที่มีต่อป่าดำแท้ๆ ถึงทำให้ฉันมาเจอเธอ Freiburg

We climbed up the staircase slowly as I got scared it might collapse. Up on the view point, many people took their places and there was not much room to stand. I was waiting half way from the ground because I was afraid of excessive weight of us all and that would be very dangerous if we joined them atop. As people took turns, we were on the top eventually and overlooking the whole city of Freiburg. It was the most breathtaking view ever! (excuse the bad-quality camera though)

After a while of having been shocked by the charming view of this little city, I observed that almost every house has brownish or orange roof which is like signature of Freiburg (could be signature of many cities in Europe). Imagine, the city is embraced by the evergreen forest all day all night,a real heaven on earth.

At the heart of city, I caught a glimpse of a popular church where faith might exist  and where locals or strangers call on at all hours. The church is located in Münsterplatz, the spacious square I liked to stroll around in the evening cool.   From this very spot, everything was just unbelievably perfect…the picturesque landscape and the feeling that fulfilled my desire after yearning to see Freiburg from above. I wish I could live here and I did not regret a minute that I chose Freiburg.

DSC01104

DSC01106

 

DSC01109

DSC01120

DSC01112

DSC01126

DSC01127

 

เก็บภาพความประทับใจทางสายตาจนอิ่มก็เลยกดชัตเตอร์เก็บภาพความทรงจำผ่านเลนส์กล้องบ้าง เราถ่ายรูปกันไปสักพักจนรู้สึกได้ถึงเม็ดฝนปรอยๆ ลงศีรษะ ไว้ใจไม่ได้เลยนะไฟรบวร์กเนี่ย อากาศดีอยู่เมื่อกี้นี่เอง มาตอนนี้กลายเป็นเมืองฝนโปรยอีกแล้ว  พวกเรารีบเดินลงเขาเพราะไม่อยากเปียกปอนและหนาวเหน็บ เราจึงไปหาคาเฟ่อุ่นๆ ดื่มโกโก้ร้อนๆ สักแก้วดื่มคลายหนาว   ฝนตกปรอยๆ ข้างนอกบวกกับการนั่งพักผ่อนหย่อนใจจิบโกโก้นี่ช่างเข้ากันได้ดีทีเดียว  พอฝนหยุดตกเราก็เดินกลับบ้านกันอย่างรีบเร่ง เพราะกลัวฝนจะตกลงมาอีกห่าใหญ่

I took many snapshots and suddenly it started to rain, so we decided to climb down. The weather was fine just two minutes ago, Freiburg is unreliable when it comes to rain. So we quickly went down from the hill and thought a hot chocolate in a cozy cafe will do to relieve the coldness. We stopped at a café, drinking hot chocolate inside while watching the pouring rain.

 

DSC01155

IMG_1439

หกโมงเย็นแล้วสินะ ฉันจึงได้ฤกษ์ทำการบ้านเสียที (จากที่ดองมานาน) ฉันหาอะไรรองท้องก่อนออกจากบ้าน เพราะสามทุ่มฉันกับ Ana ไปเจอเพื่อนๆ อีกแล้ว

คืนนี้เราจะไป Stammtisch ของโรงเรียนที่ผับชื่อ Tacheles และนี่จะเป็น Stammtisch อาทิตย์สุดท้ายของฉันด้วย ฉันเลยเตรียมตัวเต็มที่   ไปถึงก็สั่งเครื่องดื่มพร้อมกับนั่งคุยกับ  Matthieu, Gianco, Fabrizio  ไปสักพัก    ก็เปลี่ยนไปคุยกับอาจารย์ Marek สองคน เขินอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะทีนี้ ไม่กล้าสบตาเขาเลย แต่เขาก็ชวนให้ชนแก้วพร้อมกับให้สบตาตลอด (บ้าจริงฉันเขินหมดเลยน่ะ) นี่เห็นว่าเป็นอาจารย์นะ ฮ่าๆ  เราคุยกันทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเยอรมัน เพราะเขาเคยไปเรียนที่อเมริกา ดังนั้นเมื่อไรที่ฉันนึกคำภาษาเยอรมันไม่ออก ฉันก็สามารถพูดภาษาอังกฤษกับเขาได้นิดหน่อย (เกรงใจน่ะ อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียนภาษาเยอรมัน) คืนนี้นับว่าเป็นคืนที่ดีอีกคืนหนึ่งสำหรับฉัน ฉันคงคิดถึงเพื่อนๆ ทุกคนแน่เมื่อกลับไปเมืองไทย      และแล้วกว่าจะถึงบ้านก็เที่ยงคืน คืนนี้ราตรีสวัสดิ์นะทุกคน

I got home at 6 pm and did all the homework. I didn’t actually spend much time at home, because I would always be out doing some activities with friends.

That night was the last Stammtisch for me, so I needed to go out. LOL Once I got there, I ordered a glass of beer and enjoyed talking with friends: Matthieu, Gianco and Fabrizio.

Marek was also there, I was soooo excited when I got to talk to him. He is a good-looking teacher. He told me to ‘cheers’ and every time we did it we needed to make eye contact. I was melted every time. 😛  We were talking about many things like studies, family and interests both in German and English (whenever I ran out of the German words). That night was simply fun and memorable. It would definitely be hard to say good bye to all friends I have met in Freiburg when it’s time to go home.

 

IMG_1446

 

IMG_1445

 

with Matthieu
with Matthieu

 

to be continued…