Travel

Praha…Prag…Prague…ปราก…

The destination was Prague Castle.
The destination was Prague Castle.

อะฮอยปร๋าฮ้า…Ahoi Praha…สวัสดีเมืองปราก…เช้าวันที่ 7 พฤษภาคม 2555 ฉันตื่นมาเช้าตรู่เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์และแสงแดดที่ยิ้มทักทายฉันในวันใหม่ของกรุงปรากผ่านหน้าต่างเรือนพัก  ในขณะที่เพื่อนร่วมห้องหลายคนยังคงหลับใหล กะเหรี่ยงไทยตื่นมาค้นหาของในกระเป๋าอย่างโหวกเหวกโวยวายและรบกวนคนอื่นๆ เป็นอย่างยิ่ง จริงๆแล้วเสื้อผ้าในกระเป๋าไม่ได้ทำให้เสียงดังเท่าไรหรอก  แต่ที่ทำให้เสียงดังลอดออกมามันคือ มาม่าจำนวนมาก  ไม่นานนักเพื่อนร่วมห้องอีกสองสามคนก็แหกขี้ตาตื่น ฉันก็รีบเดินตัวลีบไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวเพื่อนๆ จะส่งสายตาประณาม  วันนี้ฉันมีนัดกับน้อง Lubos ล่ะ

Ahoi Praha…it was my first day in Prague. The sun started to shine brightly and the fresh breeze blew my face, this was the warm welcome from Prague. I woke up quite early because of the early sleep last night, I looked around but my roommates were still in their deep sleep. I sought something from my backpack and of course I woke everyone up. Some of them slowly got out of bed and I just walked slowly to the bathroom, scared that they would remember who was that biatch that woke them up!

DSC01166

เราสองคนออกจากเรือนพักประมาณเก้าโมงกว่าๆ เพื่อนำคูปองอาหารเช้าไปทานที่โรงแรมอีกแห่งหนึ่งใกล้ๆ กันกับเรือนพัก โรงแรมชื่อว่า Atos อาหารไม่ค่อยถูกปาก ฉันเลยล่อไข่ดาวไปสี่ฟอง

อิ่มหนำสำราญแล้วก็ได้เวลาลุยเมืองปรากแล้วล่ะ ฉันมีแผนที่พร้อมแต่ก็ไม่ได้ใช้ เพราะฉันชอบใช้สัญชาตญาณมากกว่า (ซึ่งก็มีหลงบ้าง แต่ก็จะเห็นอะไรแปลกใหม่ตามรายทางเสมอ เขาเรียกว่าเสน่ห์ของการเดินทางน่ะ 😛 ) เพื่อนฉันซึ่งเป็นผู้ไม่มีปากไม่มีเสียง เธอก็บอกว่าจะทำอะไร (มึง)ก็ทำเถอะ  ฮ่าๆ เธอรู้ว่ามาเที่ยวปรากครั้งนี้เธอขอติดมาด้วย จึงต้องเที่ยวตามแบบฉัน แค่หาที่ช้อปปิ้งให้เธอก็พอแล้ววว (แซว) ฮ่าๆ

We got out of the hostel at 9 and attempted to find a hotel nearby for our breakfast as we bought breakfast coupon from our hostel. Our breakfast was epic fail, an attempt to eat nicely for the first meal disappeared, but I had 4 eggs anyway, not bad.

It’s time to explore Prague…this gorgeous city that many people have dreamed of (including me of course). When I travel, I hardly use maps. So did that time. I believe that getting lost can lead me to more new, unseen, or challenging routes, so that is the main reason I like to get lost. Plus, my friend let me lead the way without saying a word. What I needed to find for her was….. only places to do some shopping. Hehe

I love buildings!
I love buildings!
เคยเห็นดาราเกาหลีไหม?
เคยเห็นดาราเกาหลีไหม?
ทางขึ้นไป Prague Castle
ทางขึ้นไป Prague Castle

เดินไปในส่วนดาวน์ทาวน์ มือก็กดชัตเตอร์เป็นระยะเพราะเจอตึกและซอกซอยที่สวยงาม ฉันแค่เดินตามฝูงนักท่องเที่ยวไม่นานที่ที่อยากไปเยือนก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า วันนี้นัด Lubos ไว้ตอนบ่าย ตอนสายๆ ฉันกับเพื่อนจึงเดินลุยเมืองปรากกันเองก่อน  เดินไปอีกสักหน่อยก็ถึง Šternberský Palác (Sternberg Palace) ซึ่งข้างบนนั้นเป็นที่ตั้งของ Prague Castle ซึ่งก็คือปราสาทปรากนั่นเอง ปราสาทแห่งนี้เคยเป็นปราสาทของกษัตริย์แห่งเช็กในอดีต และปราสาทแห่งนี้ยังได้รับการรับรองจากกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก  อีกทั้งยังเป็นปราสาทที่มีการเชื่อมโยงกันระหว่างส่วนประกอบต่างๆ ของปราสาทที่ใหญ่และซับซ้อนที่สุดในโลกครอบคลุมพื้นที่ถึง 70,000 ตร.ม. และยังคงใช้งานจนปัจจุบันนี้

We walked to downtown and walked past many gorgeous buildings and mysterious alleys. I had no idea which was the right direction but just walked that would do,  and I would find something to see. Today we had a meeting with my friend, Lubos, at 1 p.m. So in the morning, we could go to any places we desired. We followed a pack of tourists then we found that Prague Castle was just a tiny effort of climbing up.

This castle used to be the castle of King of Czech. The Guinness Book of World Records has Prague castle recorded as the most ancient and the biggest castle of the world. It is also said that this is the most complicated castle which has covered an area of 70,000 square kilometers.

หลังคาสีส้ม ยอดแหลมๆสีฟ้า
หลังคาสีส้ม ยอดแหลมๆสีฟ้า ทั่วเมือง

DSC01196

เราสองคนเดินขึ้นเนินกันไปอย่างตื่นเต้น มีเหนื่อยล้า เมื่อยขาบ้าง แต่ยังไม่ปริปากบ่นเพราะจุดหมายปลายทางข้างหน้านั้นคุ้มค่ากับการมาเยือน ภาพแรกที่เห็นเป็นปราสาทปราก ฉันมองถึงความสวยงามที่ลงตัว      ตึกรอบๆ ที่สวยงามแบบยุโรปตะวันออกรับกับมหาวิหาร St. Vitus Cathedral ที่อยู่ตรงกลางได้เป็นอย่างดี

มหาวิหารเซ็นต์วิตุสสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14     ฉันอึ้งในความหรูหราของวิหารใหญ่ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคโดยมียอดแหลมๆ พุ่งแทงขึ้นเสียดฟ้า เราเข้าไปในชมในโบสถ์ก็เห็นกระจกสีประดับประดาอย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวเดินเข้ามาเยี่ยมชมอย่างไม่ขาดสาย เมื่อเราสองคนเดินชมไปรอบๆ และเก็บภาพความประทับใจไว้ประปราย ไม่นานนักดวงอาทิตย์เคลื่อนมาทำมุมเก้าสิบองศากับโลก เราตระหนักได้ว่าเป็นเวลาเที่ยงแล้ว จึงเดินลงมากจากยอดเนินและแวะ Starbucks ใกล้สถานีรถรางเพื่อดื่มกาแฟแก้กระหาย    ช่วงบ่าย Lubos นัดให้เราไปเจอที่สถานีรถราง Malostranská เรานั่งรถรางหน้าร้านกาแฟไปโดยสถานีแห่งนี้ชื่อ Malostranské náměstí   ซึ่งอยู่ใกล้กับสะพานชาร์ลล์แค่ 50 เมตร สะพานชาร์ลล์เป็นสะพานที่โรแมนติกที่สุดในยุโรป (มีคนว่าไว้) และสะพานที่ฉันเฝ้าฝันมาแรมปี (มากรุงปรากนี่จะเพ้อหน่อยนะ)

We walked up with tiredness, yet with excitement to see what the destination had to offer and if it was worth visiting. Up there lies the huge castle with largely spacious area of connected sub-castles. There is the most outstanding cathedral, St. Vitus Cathedral, that a ton of tourists is looking forward to visiting when coming to Prague. The cathedral was built in 14th century with Gothic architecture. I was thrilled with the greatness and ornamentation of this very cathedral.

Inside of the cathedral was decorated by magnificent stained glass that I could not easily take my eyes off.   I saw that tourists kept coming to see the beauty of Prague castle and we were walking around until we realized it’s noontime.

We headed down and stopped at Starbucks for a cold drink. We had to meet Lubos at the Malostranská station. So we took the tram nearby Starbucks, it’s called Malostranské náměstí station which is very near to Charles Bridge.

คือ พี่ไม่ยิ้มกับน้องเลยนะ
คือ พี่ไม่ยิ้มกับน้องเลยนะ

DSC01207

DSC01236

magnificent stained glass
magnificent stained glass

เราสองคนเลยนั่งรถรางจากที่นั่นไป เรานั่งไปโดยระมัดระวังตลอดเวลาว่าเมื่อไรจะถึงสถานีที่ Lubos บอกไว้ เพราะเราฟังภาษาเช็กไม่ออก นั่งไปนานมากแล้วก็ยังไม่ถึง ทั้งที่ควรจะถึงตั้งนานแล้ว ฉันว่าเราคงนั่งเลยสถานีนั้นมาแล้ว  ว่าแล้วก็รีบลงป้ายต่อไป แล้วก็นั่งรถรางสายเดิมกลับไปทางเดิม    เมื่อไปถึง Malostranská พวกเราลงและนั่งรอน้องประมาณห้านาที   ก็เห็น Lubos เดินดุ่มๆ มาจากถนนฝั่งโน้น ฉันมั่นใจว่าต้องเป็นเด็กผู้ชายคนนี้แน่ๆ เพราะอายุเขาน้อยกว่าฉันประมาณ 2-3 ปี เขาก็คงจำฉันได้ เราเลยจับมือและกล่าวคำทักทายกัน วันนี้ฉันให้ไกด์ประจำตัวนำทาง โดยที่จะไม่ปริปากบ่น เราไปทุกที่ที่เขาจะพาเราไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนเมืองปรากจะไปกัน ไม่ใช่เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอยากมาเยือน

We sat consciously during the tram ride because there was no English sign and we were very careful when they said each station’s name. We sat there like forever and realized that we must have missed the station we wanted to get off. So, we got off at the next station and took the tram from the other side of the road back to the way we came from. Finally, we were at Malostranská. Thanks God!

It was 5 minutes waiting until we saw Lubos. He looks very young and even though I’ve never seen him before, I was convinced that the guy walking to me was him. We shook hands and greeted. Today, I would let him take us to any places he wanted (as he was a local), he would of course offer the best of Prague and take us to places that were not so touristic and I was glad he did that.

The view from Park Vyšehrad
The view from Park Vyšehrad
The view from Park Vyšehrad
The view from Park Vyšehrad

DSC01248

สุสานใน Park Vyšehrad
สุสานใน Park Vyšehrad

เขาพาพวกเราสองคนนั่งรถไฟใต้ดินเพื่อไปยัง Park Vyšehrad ที่นี่เป็นสวนสาธารณะที่สวยงามและกว้างขวาง มองเห็นกรุงปรากได้อย่างสุดลูกหูลูกตา สวนสาธารณะแห่งนี้ร่มรื่นและมีนักท่องเที่ยวประปราย ด้วยอากาศไม่ร้อนและเย็นสบาย ชาวเมืองหลายคนจึงพาสัตว์เลี้ยงแสนรักของตนมาเดินและวิ่งเล่น ช่างเป็นภาพที่น่ารักและดูเป็นมิตรกับธรรมชาติเสียจริง

สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นเขตแดนเมืองเก่าของปราก ซึ่งมีโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในปรากชื่อ The Basilica of St Peter and St Paul สถิตอยู่ด้วย อีกทั้งยังมีสุสานของบรรพบุรุษชาวเมืองปรากที่ญาติๆ หลายครอบครัวต่างพากันมาเยี่ยมเยียน พวกเราเดินชมบริเวณรอบนอกของโบสถ์ และมองไปรอบข้างก็เห็นแต่พี่น้องชาวเช็ก ไม่ค่อยเห็นหน้าค่าตาชาวต่างชาติสักเท่าไรนัก นี่คงเป็นสถานที่ที่ชาวปรากเขาเอาไว้พักผ่อนหย่อนใจกันจริงๆ สินะ เพราะกรุงปรากแถวๆ สะพานชาร์ลล์นั้นมองไปทางไหนก็เห็นแต่ชาวต่างชาติ

We took the metro to Vyšehrad Park, the huge park which we could see Prague from above. The weather was fresh and cool. Not many tourists yet many locals walked their dogs or took their children for a picnic. This park is in the Prague old town and the most ancient church in Prague has been located here (named The Basilica of St Peter and St Paul). This place here doesn’t attract many tourists as I walked past, I saw only Czech people, which I felt good to be surrounded by locals at their home.

The Basilica of St Peter and St Paul
The Basilica of St Peter and St Paul
ข้างในของ The Basilica of St Peter and St Paul
ข้างในของ The Basilica of St Peter and St Paul
สัญลักษณ์ของชาวยิว
สัญลักษณ์ของชาวยิว

DSC01262

เด็กๆ ชาวยิวมาเยี่ยมศพของบรรพบุรุษ ต่างร้องไห้กันระงม
เด็กๆ ชาวยิวมาเยี่ยมศพของบรรพบุรุษ ต่างร้องไห้กันระงม
with Lubos
with Lubos

ไม่นานนักฝนก็เริ่มโปรยลงมาพวกเราเลยรีบซื้อตั๋วรถรางเพราะจะไปยังชุมชนชาวยิว (Jewish Quarter)  ไม่ทันจะขึ้นรถฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่ รถก็ยังไม่เทียบท่าสักที เมื่อรถมาจอดเราก็หอบร่างกายเปียกปอนตากแอร์เย็นๆ กว่าจะไปถึง Jewish Quarter ทำเอาเราเกือบเป็นหวัด

เมื่อไปถึงบริเวณนั้น พวกเราได้แวะทานอาหารเที่ยงกันก่อนเข้าเที่ยวชม เนื่องจากต่างคนต่างไม่ได้ทานของหนักมาตั้งแต่เช้า หากปล่อยให้หิวก็คงจะเที่ยวไม่สนุกเป็นแน่ อิ่มท้องแล้วเราก็พร้อมเดินอีกครั้ง เราเดินไปถึง Jewish Quarter และรีบซื้อบัตรเข้าชมก่อนเป็นอันดับแรก พวกเรามีบัตรนักศึกษาต่างชาติอยู่กับตัว  เขาเลยลดราคาให้กะเหรี่ยงไทย

เดินเข้าไปชมด้านใน สัมผัสบรรยากาศ บวกกับฟังเรื่องราวที่ Hitler ฆ่าชาวยิวจำนวนนับล้านทำให้การมาเยี่ยมเยือนครั้งนี้เศร้าลงถนัดตา เข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ดูรายชื่อของชาวยิวที่เสียชีวิต และฟังเพลงทำนองเศร้าๆ ก็ทำให้สถานที่นั้นมีมนต์ขลังมากยิ่งขึ้นไปอีก ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นมากมายที่นี่ เราเดินทางท่องเที่ยวก็คงไม่รู้หรอกว่าเหตุการณ์ที่เลวร้ายนั้นยังคงอยู่ในจิตใจของชาวเช็กและผู้คนแถบนี้ ฉันได้แต่เดินตัวลีบออกมาและพวกเราเดินต่อไปเพื่อไปเยี่ยมชมโบสถ์ของชาวยิวทั้ง 5    ทั้งวัดชาวยิวแบบแขกมัวร์ของสเปนที่มีรูปร่างคล้ายๆ วัดไทยอย่างไรชอบกล เมื่อเข้าชมเสร็จทุกวัดในบริเวณนั้น ไกด์ประจำตัวของฉันก็ได้นัดเจอกับเพื่อนเขาอีกคนโดยที่เขาจะมาเที่ยวเล่นกับพวกเราด้วย พวกเราเลยตัดสินใจไปเดินเล่นในเขต Old Town Square

It started to rain so we hurried bought a ticket for the tram ride to Jewish Quarter, we haven’t yet got on the tram and it rained very heavily, for god’s sake, we got all soaked and soon after the tram arrived (I wish it came earlier 😦 )

Once we got to Jewish Quarter I was very excited, but honestly I was not so ready to see what the Jewish Quarter is all about, because the place is solely full of sorrow and tragedy that some people have been through. It really shows that war never makes anybody happy, yet even worse and some people immerse in sorrowful past that they cannot forget or avoid a tiny bit of it.

We used the international student card to get the discount for our entrance tickets. As I walked inside, I somewhat felt the sadness and pain of those people who died and the ones who are still alive, something really bothered me, I didn’t understand why this had happened? Unanswered question.   No one can answer and no one ever knows what they fought for.    I saw the lists of Jews that were massacred, the museum turned on some sad song that fit the atmosphere and some people cried, I also cried inside me as that question bugged me all the time in the museum. Many things happened here, the history was imprinted in local or even visitors’ minds.

That was enough for the sadness, we decided to go stroll around at Old Town Square and also to meet up with another friend of Lubos.

Old Town Square
Old Town Square
ที่เห็นยอดแหลมๆ คือ โบสถ์ทีน
ที่เห็นยอดแหลมๆ คือ โบสถ์ Church of Our Lady before Tyn

DSC01285

DSC01292

Old Town Square หรือจัตุรัสเมืองเก่าตั้งอยู่ระหว่างจัตุรัสเวนเซสลาสและสะพานชาร์ลล์ จัตุรัสแห่งนี้เคยเป็นตลาดสำหรับแลกเปลี่ยนสินค้าและลานอเนกประสงค์ แต่ปัจจุบันเป็นเหมือนศูนย์กลางของเมือง ชาวเช็กทุกวัยไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็ก จะมาเดินเล่น นั่งเล่น พักผ่อนกันที่นี่ ใครมีของดีอะไรก็จะเอามาโชว์กัน ถือว่าทำให้จัตุรัสที่เคยเต็มไปด้วยคราบเลือดในสมัยสงครามกลายเป็นสถานที่ที่ดึงชีวิตชีวาของชาวเช็กกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง

บริเวณจัตุรัสเมืองเก่าจะมีนาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) ตั้งอยู่ ซึ่งทุกชั่วโมงจะมีการแสดงท่าทางของสาวกของพระเยซูทั้ง12      และการเคลื่อนไหวของรูปปั้นอื่นๆ ซึ่งเรียกความสนใจจากผู้คนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นได้เป็นอย่างดี ฉันก็เป็นอีกคนที่ประทับใจจากการเต้นรำของรูปปั้นและมั่นใจว่าจะกลับมาดูอีกให้ได้ในวันถัดไป อีกฝั่งหนึ่งของจัตุรัสก็มีโบสถ์ Church of Our Lady before Tyn เป็นโบสถ์สไตล์โกธิค มียอดแหลมสองยอด ภายในตกแต่งแบบบารอค ซึ่งหน้าโบสถ์มีอนุสาวรีย์ของบุคคลสำคัญ Jan Hus นักเทศน์ชาวเช็กผู้ต่อต้านการคอร์รัปชั่นของโบสถ์คาทอลิก จนถูกนำมาเผาบนลานแห่งนี้ในปี ค.ศ. 1415  ซึ่งนำมาสู่การปฏิวัติศาสนาในต้นศตวรรษที่ 15

Old Town Square is located between Charles Bridge and Wenceslas Square. The Square used to be multipurpose plaza and exchange market, nowadays it turns to be the center of the city where people meet up, relax or show off some of their creativity.    The square is also historical spot where Czechs fought for their nation, bloodstain was once here but today everyone could be as happy and ready to move forward (at least I wish).

Besides the importance of the square itself, Astronomical Clock is here, in every hour, there will be little molded figures coming out and dancing around the tower. This is the thing that most tourists want to see and at noon the dancing of those figures will be the longest that people will not miss (but I did).

I strolled around to Church of Our Lady before Tyn, the Gothic church that was decorated with Baroque style inside. In front of the church stood the statue of Jan Hus who fought against the corruption of Catholic Church. He was against the doctrines of Catholic Church and he was later burned at the square in 1415, which led to religious denomination in the beginning of 15th century.

DSC01284

Astronomical Clock
Astronomical Clock
ไกลๆ คือ จัตุรัส Wenceslas
ไกลๆ คือ จัตุรัส Wenceslas

ดูสถานที่ประวัติศาสตร์เหล่านี้แล้วก็เลยเดินดุ่มไปกินขนมพื้นเมืองของเช็กคือ ขนม Trdelnik อ่านเป็นภาษาไทยว่า ตร๊ะ-เดล-นิค กะเหรี่ยงไทยพยายามจำสำเนียงการออกเสียงที่ถูกต้องจากเพื่อนชาวเช็กเต็มที่ แต่ก็ยังคงแปร่งๆ  อยู่ดี  ขนมพื้นเมืองของเขาอร่อยมากทำให้ฉันกับเพื่อนต้องไปซื้อทานอีกรอบ

After finished touring those historical places, my friend and I wanted to try local dessert called Trdelnik, since tons of people waited in line so we did not want to miss something authentic from Czech. Trdelnik was very delicious, that’s why we asked for moreeeeeeee.

เดินขึ้น Vitkov Hill
เดินขึ้น Vitkov Hill
DSC01302
National Memorial
บริษัทโทรทัศน์มีเด็กทารกปีนป่าย
บริษัทโทรทัศน์มีเด็กทารกปีนป่าย
เดินลงจาก Hill ปรากมอบวิวที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน
เดินลงจาก Hill ปรากมอบวิวที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน

เพื่อนชาวเช็กอยากพาพวกเราไปยังสถานที่ที่คนเช็กไปกันในยามเย็น พวกเราเลยนั่งรถรางไป Vitkov Hill ซึ่งเป็นคล้ายๆ สวนสาธารณะในมุมสูง ที่ชาวปรากพาลูกเล็กเด็กแดงมาเดินเล่นหรือพาสัตว์เลี้ยงมาวิ่งออกกำลังกาย อากาศที่นั้นช่างบริสุทธิ์ ปลอดจากมลภาวะทั้งหลายในเมือง เป็นเพราะสวนสาธารณะแห่งนี้ตั้งอยู่สูงกว่าตัวเมืองปราก ทำให้เราได้เห็นปรากในมุมสูงอีกแล้ว ถึงจะเดินขึ้นเนินมาไกลหน่อย แต่จุดหมายปลายทางและวิวรอบข้างก็ทำให้การเดินขึ้นมานั้นคุ้มค่าอย่างยิ่ง

การเดินชมธรรมชาติ ดูดอกไม้ใบหญ้าที่ต่างบ้านต่างเมืองก็ทำให้ฉันรู้สึกสบายๆ ไม่รีบร้อน ต่างจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่พยายามเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ให้ได้มากที่สุดแต่ไม่ได้ลิ้มรสความเป็นเมืองเมืองหนึ่งของปรากที่แท้จริง    ฉันอาจจะไม่ได้ไปทุกที่ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกใฝ่ฝัน แต่ฉันก็อิ่มตาอิ่มใจ ที่ได้นั่งเฉยๆ ลิ้มรสบรรยากาศแท้จริงของชาวเมืองปราก เป็นอีกมุมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ใฝ่หา แต่มันเป็นมุมที่เติมเต็มการเดินทางของฉันได้อย่างสมบูรณ์ พวกเราทั้งสี่นั่งลงตรงที่นั่งข้างๆ National Memorial เพื่อมองเมืองปรากยามเย็นและได้เห็นตึกสูงๆ ของบริษัททีวีไกลๆ ที่ออกแบบให้มีเด็กทารกมาปีนป่ายๆ เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ สถาปนิกคิดอะไรได้แปลกตา น่าสนใจดี  เรานั่งทอดอารมณ์ไปได้สักพัก   ต่างคนต่างปล่อยให้ใจลอยไป ไม่พยายามไปคว้ามันให้อยู่กับที่ ความสุขก็เป็นแบบนี้ ได้มาง่ายๆ โดยไม่ต้องไขว่คว้า ไม่เหนื่อย ไม่ต้องพยายาม แต่ทำให้ใจเราเติมเต็มได้

In the evening, two of our Czech friends took us to Vitkov Hill, which is like a park on the hill. This place is good for fresh weather and good our breathing system. We were on the hill again and were able to see the whole Prague in the evening cool when the sun was about to set.

We walked so long before we got here but then I would say that the destination was worth coming and I didn’t regret walking this far to see the exceptional view. I think, some tourists or travelers tried to get to many places as they could. But for me, I enjoy being slow, strolling around without pressure, absorbing what I was looking for before I came to Prague.   I enjoyed the nature, the trees, the flowers and all. I enjoyed sitting there with three friends without saying any word to each other. I got the time for myself, for the thoughtful ideas that bugged me or made me happy. I enjoyed seeing genuine lives of locals and seeing how they live. I let my heart travel, we all did. The peace right there fulfilled my trip, fulfilled the desire that I couldn’t complain but to be honest, when I travel, I get a lot from it and I value it.     It might only be a simple happiness we all felt at that time. I was overwhelmed with the delight Prague has given to me.

เห็นเธออยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ Charles Bridge
เห็นเธออยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ Charles Bridge

DSC01333

DSC01340

DSC01343

Vltava
Vltava
จะมีใครจับมือเดินข้างกันไปจนกันแก่เฒ่าไหม?
จะมีใครจับมือเดินข้างกันไปจนกันแก่เฒ่าไหม?

ลงมาจาก Vitkov Hill ฉันเลยบอกเพื่อนว่าอยากไปดูสะพานชาร์ลล์ (Charles Bridge ในภาษาเช็กคือ Karlův most)  ในเวลาที่พระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า พวกเราจึงนั่งรถบัส ต่อด้วยรถรางข้ามจากอีกฝั่งของเมืองไปยังเขตเมืองเก่า แวบแรกที่เห็นสะพานชาร์ลล์ในช่วงแสงสีส้ม ฉันดีใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับได้มาเจอคนรักที่พรากกันไปนานแรมปี    ฉันเฝ้าฝันอยากมาเจอเธอที่นี่ ฉันเฝ้าฝันมาห้าปีตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย ฉันพร่ำบอกพ่อกับแม่ว่าฉันต้องมาเยือนสถานที่แห่งนี้ให้ได้    ฉันกับสะพานชาร์ลล์ก็เป็นแบบนั้น ฉันเคยเห็นสะพานชาร์ลล์แต่ในภาพถ่าย แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป ฉันลงนั่งแตะก้อนอิฐบนสะพานพร้อมเปรยกับตัวเองว่า “ฉันมาเยือนแล้วนะ มาไกลจากประเทศไทยเชียวละ” ฉันคิดว่า ส่วนหนึ่งของฉันได้ถูกเติมเต็มแล้ว ฉันได้ทำความฝันอย่างหนึ่งสำเร็จแล้ว

Walking down the hill and while the sun setting, I told my friends, I must go to Charles Bridge right now and see the sunset there, no one disagreed and told me they would keep me company.

When we arrived there, it was the time when the sun was setting. The orange light spread out everywhere, covered the whole sky and made that moment very romantic, too bad I came with friends. Haha  However, I felt like I met my love, Charles Bridge, the bridge I dreamed of for many years and now I made my dream came true…. unbelievable but it did happen. I sat down on the bridge and mumbled with myself that “I’m here, I came from Thailand, just to see you, a part of my world travel plans has been fulfilled, and finally one of my dreams to see Charles Bridge has been completely carried out.  I could not describe how happy I was!

DSC01352

DSC01363

สะพานชาร์ลล์สร้างเมื่อ ค.ศ. 1357 และเสร็จตอนต้นศตวรรษที่ 15 ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นทางเชื่อมระหว่างปราสาทปรากกับเขตเมืองเก่า ก่อนหน้านี้มีชื่อเรียกหลายชื่อจาก Stone Bridge มาเป็น Prague Bridge แต่ในที่สุดมาเปลี่ยนเป็น Charles Bridge เมื่อ ค.ศ. 1870   สะพานแห่งนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำวัลตาวาที่ไหลผ่ากลางกรุงปราก เทียบแล้วจึงคล้ายกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่ากรุงเทพเมืองหลวงของประเทศไทย วัลตาวาไม่ต่างกับเจ้าพระยาเพราะเป็นแม่น้ำที่ให้ชีวิตแก่คนสองฟากฝั่ง

สะพานชาร์ลล์มีความพิเศษตรงที่มีรูปปั้นนักบุญสถิตอยู่จำนวน 30 รูปโดยมีนักบุญท่านหนึ่งที่ทุกคนตามหาเมื่อมาถึงสะพานชาร์ลล์ นั่นคือ นักบุญเซ็นนาโปมุก (St. John of Nepomuk) ท่านขึ้นชื่อว่าเป็นนักบุญแห่งความโชคดีและเก่าแก่ที่สุดบนสะพาน และหากไปลูบๆคลำๆ บริเวณฐานของรูปปั้นเชื่อว่าจะได้กลับมาเช็กอีก ฉันก็ลูบใหญ่เลยค่ะ ฮ่าๆ และบนสะพานนี้ทางการจะจำกัดไม่ให้รถผ่าน ต่างกับสะพานอื่นๆ หลายแห่งในปรากที่ใช้ข้ามวัลตาวา พระอาทิตย์เริ่มตอกบัตรออกงานแสงสีส้มที่แจ่มแจ้งเริ่มจางลงๆ และมีสีครามเข้ามาแทนที่ ช่างเป็นภาพสวยงามที่ปรากมอบให้ผู้มาเยือนจากต่างถิ่นในเย็นวันนี้….

Some significant details about Charles Bridge, Charles Bridge was built since 1357 and was completely finished at the beginning of the 15th century. The bridge has built for a purpose to cross Vltava River. Vltava River is as very important for people there as Chaopraya River is to Bangkokians for those two rivers give lives to people.

There are 30 statues on the bridge and the most outstanding statue is St. John of Nepomuk. He has been known for the most ancient statue on the bridge and the luckiest statue where people would rub on his statue for good luck. Charles Bridge is now the walking bridge that no cars can enter which is different from other bridges in Prague.

The sun started to say goodbye and the orange light slowly turned into light blue. We realized that we got to go because everyone was deadly starving. I had an idea that I would come back again and at that moment I said goodbye … so I could come back and spend time with you tomorrow…..

IMG_1534

IMG_1540

IMG_1545

Let's end the day with Czech beer, that's the best beer I've ever tasted!
Let’s end the day with Czech beer, that’s the best beer I’ve ever tasted!

 

 

 

to be continued…

Travel

“If you are brave enough to say goodbye, life will reward you with a new hello.”

Ana, my friend, I and Selina
Ana, Yah, I and Selina

 

วันสุดท้ายที่โรงเรียน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติ นอกจากฉันกับเพื่อนจะได้ประกาศนียบัตรแล้ว หลังเลิกเรียน อาจารย์มาเร็กก็บอกให้ไปดื่ม Sekt ในงานเลี้ยงอำลากลับประเทศ ฉันกับเพื่อนไปยังระเบียงชั้นสองของโรงเรียน มีเพื่อนบางส่วนที่จะกลับอาทิตย์นี้เหมือนกันอย่างเช่น Bendik, Dana และ Marta พอ Direktor พูดกล่าวอำลาให้พวกเรา แล้วเราก็เริ่มดื่มกัน ฉันดื่มไปหมดแก้วหน้าแดงก่ำ จากนั้นไม่นาน น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่ต้องสั่ง   Ana เห็นหน้าฉันแล้ว เธอก็อดร้องไห้ไม่ได้ Cecy ก็ร้องไห้เหมือนกัน ไม่ใช่มีแค่ฉันที่จะกลับบ้าน เพราะ Dana เพื่อนสนิทของ Cecy ก็กลับสวิตเซอร์แลนด์อาทิตย์เดียวกันกับฉัน สักพัก Bendik ก็เดินมาคุยด้วย บอกว่าช่วยไปเขียนกระดาษให้เขาหน่อย กระดาษแผ่นใหญ่สองใบวางอยู่บนโต๊ะ โดยมีเพื่อนๆ ร่วมกันเขียนคำลาให้เขา ขอให้ทุกอย่างเป็นความทรงจำดีๆ ของพวกเรานะ

Last day at school, my friend and I got a certificate and luckily it didn’t disappoint us. After the conversation class, there was a farewell party where students, who were leaving that week, must drink the champagne called “Sekt”. Not only Yah and I, but Bendik, Dana and Marta were also leaving. The farewell party was very sad. I was thinking about time spent with friends in Freiburg then it got me crying, Ana and Cecy saw me crying and they also started to cry, it was too sad.  Bendik provided all friends two big papers, and wanted us to write all the memories down. I hope he would always think of us when he reads it.

Matthieu and I
Matthieu and I
Corentin and I
Corentin and I
Loris and I
Loris and I
Fabrizio; my big brother and I :)
Fabrizio; my big brother and I 🙂
Matthieu, I, Dana and Cecy
Matthieu, I, Dana and Cecy
Matthieu, Moreno, Jamila, my Thai friend, Ana and Gianco
Matthieu, Moreno, Jamila, Yah, Ana and Gianco

สองคืนก่อนจะออกจากไฟวรบวร์กก็มีงานเลี้ยงอำลากันสองคืนติดต่อกัน ฉันดีใจที่ได้มาอยู่ที่เมืองไฟรบวร์กได้อยู่ในเมืองที่สวยงามได้เจอเพื่อนที่น่ารักและเป็นมิตรจากหลายๆ ประเทศ มันยากมากที่จะบอกลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Ana เพราะเธอถือเป็นเพื่อนที่สนิทมากที่นั่น เมื่อคิดถึงวันที่ต้องบอกลา Ana   ฉันก็ได้แต่เศร้าโศกและแน่นอนน้ำตาก็ย่อมไหลออกมาเองดื้อๆ

Two nights in a row before we left, there were only farewell parties, which no one wanted it to happen. I was very happy that I chose this city to live and learn and got a chance to be surrounded by beautiful nature and friendly strangers, who in a short while became my good friends. It was hard to say good bye, especially to Ana, my very best friend in Freiburg.

IMG_1501

Selina, Christophe. my friend and Ana
Selina, Christophe, Yah, and Ana
Christophe and I
Christophe and I

 

คืนสุดท้ายฉันได้พูดคุยบอกลากับเพื่อนๆ ทุกคนอย่างเช่น Selina และ Fabrizio พี่ใหญ่ รวมถึง Loris, Christophe, Andreas, Matthieu และ Jamila เมื่อหอมแก้มลาทุกคน น้ำตาฉันก็ไหลอาบแก้ม Ana เห็นก็พลอยน้ำตาไหลไปด้วย ทุกคนต่างก็พร่ำบอกว่า โชคดีและหวังว่าจะได้เจอกันอีก ขอบคุณสำหรับทุกคำอวยพร ฉันจะจดจำทุกคนไว้ในความทรงจำ ไม่มีวันลืมเลย

ออกจากผับแล้วหอบความเศร้าติดตัวมาด้วย ก่อนกลับบ้านฉันและเพื่อนแวะซื้อเคบับมาแก้หิวตอนกลางคืน กลับไปถึงบ้าน เราจัดของที่เรี่ยราดอยู่จนถึงตีสาม กว่าจะได้ล้มตัวลงนอน ร่างกายก็เกือบจะประท้วงไม่ให้ความร่วมมือ สุดท้ายก็ได้พักเสียทีหลังจากคืนวันที่แสนยาวนาน

Last night in Freiburg at a party, I said good bye to all friends I have met such as Selina, Fabrizio, Loris, Christophe, Andreas, Matthieu and Jamila. We kissed goodbyes and my tears just fell down on my face.   Ana couldn’t help it either, we cried together. Everyone wished me all the best for my future and I really hoped we will see each other again someday and somewhere in the world. Every friend I met will forever be in my memory.

However, we got home and still had lots of stuff to pack. The clock said 3 a.m. and we could finally hit the sack. Thanks God!

IMG_1498

รุ่งขึ้นเราต้องออกเดินทางจากไฟรบวร์กตั้งแต่เช้าตรู่ พวกเรารีบทำธุระส่วนตัวและสักพัก Ana มาเคาะประตูบ้านก่อนเราจะเสร็จเสียอีก วันนี้เธอมาส่งกะเหรี่ยงไทยสองคนกลับภูมิลำเนา ณ สถานีรถรางหน้าปากซอย เจ็ดโมงแล้วข้าวของยังกระจัดกระจายทั่วห้อง ฉันโยนของทุกอย่างลงกระเป๋าด้วยความเร็วแสงและรูดซิบเสร็จสรรพตอน 7.15  จากนั้นเราจึงเดินไปสถานีรถราง ที่อยู่เยื้องกับซอยหน้าบ้านด้วยข้าวของพะรุงพะรัง ฉันพรมหอมแก้มลาอันนาและกอดเธอไว้อย่างยาวนาน ขอบคุณ Ana สำหรับทุกอย่าง สำหรับมิตรภาพและเวลาดีๆ ในไฟรบวร์ก ฉันจะไม่มีวันลืมเธอเลย เรากอดคอกันจนน้ำตาคลอเบ้า เมื่อรถรางมา ความเศร้าก็มาเยือนอย่างไม่บอกไม่กล่าว เราต้องลากันจริงๆ แล้วสินะ แต่ฉันเชื่อว่าเราจะพบกันอีก อย่างน้อยฉันจะไปหาเธอที่สวิสให้ได้ ฉันสัญญา

Next morning we woke up very early because today we needed to officially say goodbye to Freiburg. Somebody knocked on the door, it was Ana. She wanted to see us off to the tram. I still hadn’t done packing but there was no time to linger. I threw everything into my luggage and backpack real quick, thought I got more stuff than I first got here. : (

7.15 a.m. we walked to the tram stop and I kissed Ana a thousand times but I thought she was still drowsy and didn’t look much sad. Haha. We were hugging for a very long time till I cried, then I thanked her a million times for everything she has done to me and for things we have shared. Thanks to the destiny that brought us together, it will be the precious friendship that I could never forget.

Finally came the tram and this was a final goodbye, However, I believe that I will see her again, I promise I’ll one day visit her in Switzerland.

IMG_1500

รถรางเคลื่อนตัวออกไป ฉันก็ยังคงมองเห็น Ana เดินเข้าซอยกลับบ้าน ในระยะที่เริ่มห่างสายตาออกไปทุกทีๆ ฉันกับเพื่อนนั่งรถรางไปถึง Hauptbahnhof สถานีรถไฟหลักของเมืองไฟรบวร์ก เราไม่ได้ขึ้นรถไฟไป Czech Republic หรอกนะ เราจะนั่งรถบัสไป เพราะราคาถูกกว่าครึ่งหนึ่งน่ะ

ใครเที่ยวกับฉันก็ต้องประหยัด เพราะฉันเป็น traveler on budget หรือพูดง่ายๆ คือจนนั่นเอง เราไปนั่งรอรถบัสตั้งแต่เช้าตรู่ เขาบอกว่ารถบัสคันนี้เดินทางมาจากบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน

ระหว่างที่นั่งรอ ฉันก็ได้เจอคุณลุงคนหนึ่งเขามาคุยกับฉันด้วยภาษาเยอรมัน แต่เขาเป็นคนอิรักที่อพยพมาอยู่เยอรมันนานแล้ว เขาก็ออกปากชมว่าภาษาเยอรมันฉันดีใช้ได้ ฉันก็ได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ รถมาถึงฉันก็เก็บกระเป๋าแล้วก็ขึ้นรถ สภาพในรถอึดอัดมาก แต่เราก็ต้องยอมนั่งไปเพราะราคาถูก จนสุดท้ายเราออกจากเมืองไฟรบวร์ก ฉันออกจากเมืองไฟรบวร์กในวันนี้ แต่ฉันมั่นใจว่า ฉันจะกลับไปเยี่ยมบ้านหลังที่สองของฉันอย่างแน่นอนในวันหน้า ลาก่อน ไฟรบวร์ก ประตูสู่ป่าดำ

The tram started moving and I saw Ana walking back home. She became only smaller by the distance. We took the tram to the bus station because the bus to Czech Republic is cheaper than the train. We would be traveling with the bus for 10 hours, as I am a traveler on budget then I tried to spend less on everything. The bus that took us to Prague, came from Barcelona, it seems it had traveled a long way before its arrival in Freiburg and I doubted the quality of the bus. I met an old Iraqi man and we struck up a conversation, he said I spoke good German which made me very happy. ; ) Finally I used the skills that I’ve learned.

The bus arrived and we put all stuff in a certain place. The bus looked just fine but it stank a little, seemed like it’s been forever that people were on this bus. We set off and I felt very melancholic, couldn’t describe with words but I’m going to miss Freiburg and I promise I’ll come back again.

On the bus!
On the bus!
rapeseed fields  credit: Google I did not have time taking photos but I just wanted to show you how it gorgeously looks.
rapeseed fields
credit: Google
I did not have time taking photos but I just wanted to show you how it gorgeously looks.
also this one! credit: Google
also this one!
credit: Google

นั่งไปบนรถประมาณ 10 ชั่วโมง โดยที่คนขับรถจะหยุดให้ยืดเส้นยืดสายทุกๆ 2 ชั่วโมง ฉันนั่งรถผ่านเมืองหลายเมืองอย่างเช่น Stuttgart และเมืองเล็กๆ น่ารักที่ฉันจำชื่อไม่ได้ เพราะฉันหลับตลอดทางเนื่องจากเมื่อคืนนอนน้อยไปหน่อย แต่พอเข้าเขตประเทศเช็ก สองข้างทางนั้นสวยงามไปด้วยทุ่งดอกสีเหลืองอร่ามตาของดอกเรฟซีด (rapeseed or canola) ที่เมล็ดของมันถูกนำมาใช้สกัดน้ำมัน ท้องทุ่งกว้างใหญ่เหลืองเขียวสลับกันเป็นระยะๆ ฉันเป็นคนที่เห็นอะไรสวยงามก็หลับไม่ลง นั่งมองวิวสองข้างทางไปเรื่อยจนเข้าเขตเมืองปรากตอนเวลาประมาณ 18.30   เขตชานเมืองปรากนั้นดูไม่สวยงามเท่าไหร่ เพราะยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายของยุโรปตะวันออกที่ไม่ได้รับการพัฒนามากนัก แต่พอรถเริ่มเคลื่อนตัวเข้าไปในเขตเมือง ฉันถึงกับตะลึงในความงามของปราก สายตาฉันนั้นประสบเข้ากับแม่น้ำวัลตาวา แม่น้ำสายหลักซึ่งไหลผ่านใจกลางกรุงปราก แม่น้ำที่ฉันฝันถึงมาเป็นเวลา 5 ปี ตอนนี้ฝันเป็นจริงแล้วสินะ ดีใจและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เพราะอาการเริ่มนั่งไม่ติดที่ ฉันอยากออกไปสำรวจเมืองแล้ว อีกไม่นานแล้วนะฉันก็จะได้เชยชมเธอ กรุงปราก ประเทศที่ฉันเฝ้าฝันมานานแรมปี สุดท้ายก็ได้มาเยือนสักที Prague …. Czech Republic

10 hours on the bus was bearable, as we got a break every 2 hours. We went past Stuttgart and many small cities but I couldn’t remember since I was sleeping because the lack of sleep last night. Long time passed, then we reached the Czech border, I couldn’t just go back to sleep because we passed many fields of rapeseeds. The yellow fields kept me awake and I enjoyed the scenery very much. The bus ride went on and other passengers were deeply asleep, like I was the only one who was still not sleeping.

Czech Republic served the great view though we hadn’t reached Prague yet, so I hoped, Prague would be as kind and cute. Around 6.30 p.m., we sort of got into suburban area of Prague, which looked kind of depressing and scary as the Eastern Europe should be imagined of. I was not sure whether this was a good decision to visit Prague, but as the bus went into the city, I started to see her beauty and caught a glimpse of Vltava River that flows through Prague. As huge as it is, I couldn’t believe I was finally in PRAGUE, the city and the country I had dreamed of since I was 17. But it was real …and I just couldn’t wait to explore Prague.

เขตเมืองปราก
เขตเมืองปราก

IMG_1510

เมื่อถึงสถานีรถบัส Florence ฉันกับเพื่อนถึงกับต้องมองหน้ากัน เมืองหลวงของประเทศยุโรปตะวันออก ถึงแม้จะงามหยดอย่างที่หนังสือท่องเที่ยว หรือภาพถ่ายแสดงไว้ แต่ก็ยังมีมุมเสื่อมโทรมเช่นกัน เมืองหลวงอย่างบางกอกของเราก็ไม่ต่างกัน

มุมเสื่อมโทรมอย่างเช่นที่นี่ ที่ย่าน Florence ฉันกับเพื่อนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเริ่มต้นอย่างไร จะไปทางไหนก่อนดี มองไปรอบๆ ด้านก็ดูน่ากลัวชะมัด เป็นย่านที่กระเป๋าของคุณจะหายไปได้ในพริบตาเดียวเลยล่ะ หนังสือท่องเที่ยวเตือนมาอย่างนั้น ทีนี้ฉันจึงตั้งสติ สิ่งแรกคือเราต้องหาทางเชื่อมไปสถานีรถไฟใต้ดิน (Metro) ให้เจอก่อน ที่สถานีรถบัสนี้มีนักท่องเที่ยวน้อยมาก เนื่องจากไม่ได้เป็น International Bus Station เพราะเราได้เดินทางมาจากประเทศเยอรมนี เราสองคนก็ได้แต่งมทางกันไปอยู่นาน เมื่อเห็นป้ายรถไฟใต้ดินก็โล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอก

We arrived at Florence Bus Station, once we got there, we looked at each other and went speechless, well we were sort of nervous when surrounded by this dodgy atmosphere.

The travel guidebook would give us such interesting and gorgeous sights but that was real and Florence is the domestic Bus Station and every sign is scarcely in English, there was no tourists or any possible person that we could ask for help. We were for a short while lost.

Prague is basically well-known for pickpockets and in the place like that, we needed to be very careful with our backpacks. I tried to be calm and thought we needed to find a ‘metro’……We had been looking around for the metro and when we saw the sign, we felt soooo relieved!

my friend was super tired!
Yah was super tired!

แต่พอเดินไปถึง เราเห็นบันไดลงประมาณ 30-40 กว่าขั้น ซึ่งกะเหรี่ยงไทยตัวเล็กๆ อย่างเราสองคนมีกระเป๋าใบหนักๆ ประมาณสองใบเขื่อง และสัมภาระที่พะรุงพะรังอีกจำนวนหนึ่ง ได้แต่มองตากันไปมา คนเช็กดูไม่ค่อยเป็นมิตร ฉันเลยไม่กล้าเข้าไปขอช่วย อีกอย่างอย่าหวังว่าพวกเขาจะพูดภาษาอังกฤษได้ เพราะคนที่พูดได้ส่วนใหญ่จะรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเราเสียมากกว่า ยืนทำใจ หยุดพักไปได้สักพักใหญ่ก็คิดว่าต้องลุยแล้วล่ะ เอาไงเอากัน ไม่งั้นคงมืดค่ำไปกว่านี้แน่ ประเทศเช็กยิ่งขึ้นชื่อเรื่องมิจฉาชีพในสถานที่อย่างเช่นสถานีรถไฟใต้ดินอีกด้วย

ฉันและเพื่อนรวบรวมแรงยก ลาก ดัน กระเป๋าให้ลงไปข้างล่างได้ประมาณครึ่งทาง ก็มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนนึงเดินผ่านมา (และคิดว่าเขาคงรู้สึกสมเพชอยู่เนืองๆ) เขาเข้ามาช่วยฉัน พระเจ้า ดีใจมากเลย แต่ฉันบอกให้เขาไปช่วยเพื่อนดีกว่า เพราะกระเป๋าฉันใบกลาง ฉันยังไหวอยู่แต่ดูสภาพของเพื่อนนั้นเหมือนออกกำลังกายมาแล้วประมาณหนึ่งชั่วโมง     พวกเราเอากระเป๋าลงมาได้ในที่สุด พร้อมกล่าวขอบคุณเด็กหนุ่มคนนั้น เขาก็ยิ้มอย่างใจดี อย่างน้อยประเทศเช็กก็ไม่ได้ต้อนรับเราด้วยมิจฉาชีพละวะ (ฉันพลางคิดในใจ) มาถึงข้างล่างได้ก็ไปกดเงินเช็กโครูน่า เพราะไม่สามารถหาที่แลกเงินยูโรได้เลยในเวลานั้นและสถานที่นั้น ได้เงินมาแล้วก็ยังงงกับการซื้อตั๋วของเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติอยู่พักใหญ่ เราเลยซื้อตั๋วแบบ 24 โครูน่า ซึ่งจะใช้ได้ภายใน 60 นาทีเท่านั้น ระบบตั๋วที่นี่จะใช้ควบคู่กับเวลาโดยตั๋ววันน่าจะคุ้มที่สุด แต่ตอนนั้นเราต้องการแค่ตั๋วเพื่อไปยังเรือนพัก 24 โครูน่าก็น่าจะโอเคแล้วละ

We followed the sign and unfortunately the stairs were too steep and long. We looked at each other again and sighed. We had about four or five huge backpacks and luggage together and it wasn’t easy to just go up to a Czech and ask them for help as they did not look friendly at all.  Anyway, we couldn’t wait anymore or it only got darker, we decided to drag, lift and push our stuff down the stairs but it only got half way and we were so sweaty, suddenly came a handsome teenage guy and he gave me a hand but then I told him to help my friend instead because she was like half-dead, looked like she had been working out for an hour. LOL

We eventually had all stuff down to the metro, we felt very thankful to that cute guy, I thought at least Prague welcomed us very nicely. We got down there and hoped to find a money exchange machine to change our Euro from Czech Koruna…but none. So the money was withdrawn from the ATM. Still, we were confused with ‘how to buy’ tickets there, tried to ask a staff but seemed like we were in a different world so we just bought it randomly. Fortunately, we got a metro ticket for 24 Koruna and it lasted 1 hour. That was enough…we needed to get to the hostel already.

บันไดเลื่อนยาวมาก แต่จากมุมกล้องนี้ก็ถ่ายได้แค่นี้ก่อนนะ
บันไดเลื่อนยาวมาก แต่จากมุมกล้องนี้ก็ถ่ายได้แค่นี้ก่อนนะ

ได้ตั๋วมาแล้วเราก็งมหารถไฟใต้ดิน line B ซึ่งเราหาไม่เจอ (อีกแล้ว) แผนผังรถไฟใต้ดินของพี่เช็กเขาซับซ้อนมากจริงๆ เราเลยถามคนแถวนั้นจนได้ความว่าให้ขึ้นบันไดเลื่อนไปแล้วจะเจอ (บอกเลยว่าฉันไม่ได้ทำการบ้านเกี่ยวกับปรากมามากเท่าที่ควร จึงได้งงแบบนี้ แต่ก็นะไอ้เรามันเป็นคนชอบความท้าทาย ฮ่าๆ)

ถึงบันไดเลื่อน สังเกตว่าบันไดเลื่อนที่เช็กยาวมากกกกกกกกกกกกกกก ยาวที่สุดในสหภาพยุโรป ใครๆ ก็ว่าอย่างนั้น วันนี้ฉันได้มาเห็นกับตาแล้ว ข้อมูลไม่ผิดเพี้ยนเลยจริงๆ แต่ฉันก็ยังคงไม่แน่ใจเพราะมีคนบอกว่าที่รัสเซียยาวกว่า งั้นเดี๋ยวจะลงรูปให้ดูเพื่อพิสูจน์ให้เห็นความยาวของบันไดเลื่อนที่ปราก เรานั่งรถไฟใต้ดินไปสถานี  Narodni Trida แล้วออกมาต่อรถรางสาย 9  ไปยังสถานี Svandovo divadlo เป็นสถานีที่อยู่ตรงหน้า Courthouse พอดิบพอดี และโฮสเทลที่เราจองไปนั้น ก็อยู่ซักที่ข้างหลังตึกสำนักงานศาล- คือเขาเขียนมาอย่างนั้นจริงๆ ดูสิ – somewhere behind the courthouse building – เราก็เดินไปตามแผนที่ที่เรือนพักบอกมา ฉันกับเพื่อนเดินหาโรงแรมกันอย่างเร่งรีบ เพราะสังขารเริ่มประท้วง แบกกระเป๋าหนักมากมาหลายชั่วโมง

ไม่นานนักเราก็หา Adam&Eva Hostel เจอ ฉันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เรากดกริ่งหน้าเรือนพักเพื่อให้คนลงมารับ ประมาณสองนาทีก็มีชายหนุ่มรูปร่างกำยำมาเปิดประตูให้ เขาเป็นผู้ชายหน้าตาดีทีเดียว แล้วเขาดูดีขึ้นไปอีก เมื่อเขาช่วยขนกระเป๋าหลายใบของกะเหรี่ยงไทยทั้งสอง เขาถามว่าทำไมของเยอะ ฉันเลยบอกว่า เราอยู่เยอรมนีมาหลายอาทิตย์ เพราะเราไปเรียนภาษาที่นั่นและนี่เรามาเที่ยวก็จำเป็นต้องเอากระเป๋าทุกใบมาด้วย เขาก็ทำหน้าเข้าใจปนเอือมระอา ที่เรือนพักแห่งนี้ไม่มีลิฟต์ต้องขนกระเป๋าทุกอย่างไปเช็คอินที่ชั้นสาม คุณพระ

Got the tickets but we couldn’t find where the Line B was. We asked someone there and he told us we needed to take the escalator up. What surprised me was ‘Prague Escalator”, as it was way steep and long and I felt like we traveled forever until we got to the upper floor. : P

We took a metro to Narodni Trida station and exchanged to the tram Line 9 to Svandovo divadlo station, because that was the station where our hostel is located. There was a courthouse near to that station and we must walk down the street along the courthouse then our hostel would be somewhere behind the courthouse building! (That was what the hostel told us and it helped a lot trust me!). We quickly walked and searched for the hostel, as we were very sore and exhausted, our body protested with every step we took!

Eventually, we found the hostel (alive)!!! The hostel was “Adam&Eva Hostel” and guess what, there was no any elevators there, kill me now!!! So a guy who opened the door, helped us with our stuff to the 3rd floor. He asked us ‘why do you guys have so much stuff?’ I told him about Germany and all, so he kind of understood but I bet he didn’t want to help us, I saw it in his eyes!

Our room!
Our room!

IMG_1516

IMG_1515

มาถึงเราเช็คอินเข้าห้องพักซึ่งเป็นห้องสำหรับ 8 คนรวมชายหญิง ห้องนอนพวกเราคืนนี้หน้าตาดีทีเดียว เหมือนอยู่หอพักกับเพื่อนๆ (ร่วมโลก) ฮ่าๆ ฉันเอากระเป๋าไปเก็บเรียบร้อย แล้วสิ่งแรกที่ทำคือใช้บริการ wifi ติดต่อกับเพื่อนคนนึงที่ปราก เขาชื่อ Lubos เป็นเหมือนน้องชายที่รู้จักกันทางอินเตอร์เน็ตมาหลายปีดีดัก ฉันรายงานเขาว่าเราพักที่ไหน เพราะสองวันหลังจากนี้ เขาจะเป็นไกด์ประจำตัวของฉัน ณ กรุงปรากแห่งนี้ คืนนี้ฉันอยากไปเจอ Lubos มากแต่เอาไว้พรุ่งนี้แล้วกัน เพราะร่างกายอ่อนเปลี้ยเพลียแรง จัดการธุระส่วนตัวเสร็จและจัดของให้เข้าที่อย่างเรียบร้อยตอนประมาณ 5 ทุ่มและเข้านอนก่อนเที่ยงคืน เพราะพรุ่งนี้จะได้มีแรงสำรวจเมืองปราก ยอมรับเลยว่า ฉันช่างมีความสุขเหลือเกินเพราะนี่เป็นคืนแรกในเมืองปราก เมืองในฝันของฉันตั้งแต่สมัย ม.ปลาย ตอนนี้บอกได้เต็มปากแล้วละว่า PRAGUE I AM IN YOU.

We got to the third floor, checked in! Our room was 8 beds-mixed-room. It was a good looking room, cute and comfy! I put my stuff in place and second thing I did was sending a message to a friend of mine in Prague. His name is Lubos, he is like my brother, we have known each other for a long time online. I told him where we were because two days from now, he would be our private guide in Prague! I wanted to see him tonight but my body was too sore! I cleaned myself and was ready for bed then tomorrow I’d have full energy to explore Prague.

Truth be told, I was extremely happy because Prague is a city that I dreamed of for 5 years and now my dream became such reality and I was very overwhelmed with happiness. I only hope that Prague would be just kind to a stranger from Far East! Good night lovelies! Let me sleep in the embrace of Prague!

DSC02938

DSC02932

to be continued….