Travel

The island I fall for: Koh Lipe

หลายต่อหลายครั้งที่ฉันวางแผนไว้กะเพื่อนคนสนิทของเรา ว่าจะไปยังที่ที่เราอยากไปด้วยกัน จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งมันก็ล้มไม่เป็นท่า ไม่ว่าจะเป็นลาว เวียดนาม หรือที่ไหนๆ เพราะมีภารกิจอันมากมายมาขวางทาง เราจึงไม่เคยทำมันได้สำเร็จ

ระหว่างที่ฉันยังคงเดินเตะฝุ่นว่างงาน ฉันก็บอกเพื่อนคนเดิม ว่าเราควรจะไปเที่ยวกัน เอาทะเลใกล้ๆบ้านก็ได้ ที่ๆ เรายังไม่เคยไป ไปกันแค่สองคนก็พอ ไปหลายคนเรื่องเยอะ เราต่างรู้นิสัยใจคอ เธอบังเอิญมีวันว่างก่อนสงกรานต์ปีนี้ จนแล้วจนรอด เราจึงได้ออกเดินทางเสียที

แม้จะเป็นทริปใกล้บ้าน แต่บอกเลยว่า มันมีความหมายมากอย่างน้อยสำหรับคนที่ก้าวผ่านความกลัวไปได้อย่างหนึ่ง และฉันเองก็เชื่อว่า เพื่อนฉันก็มีความสุขไม่น้อย เมื่อได้ออกเดินทางไปยังเกาะสวยๆ ที่ที่ไม่มีกฏเกณฑ์อะไรมาบังคับ ทำให้เราทั้งสองได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในแบบของเรา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาอันสั้นก็ตาม

ฉันกับเพื่อน เราวางแผนไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะกันเวลาสามวันสองคืน ถึงแม้ว่าเกาะหลีเป๊ะจะอยู่ในจังหวัดสตูลซึ่งห่างจากจังหวัดพัทลุงไม่มากนัก แต่ฉันก็ไม่เคยมีโอกาสได้ไป คราวนี้จึงเป็นโอกาสดี เพราะเพื่อนๆ หลายคนบอกว่าทะเลที่นี่ใสมาก แบบ crystal clear เลยล่ะ

ขอออกตัวก่อนเลยว่าถึงแม้จะเป็นคนใต้ กระโดดน้ำคลองหรือเที่ยวน้ำตกมาบ่อย ฉันเองก็ยังว่ายน้ำไม่เป็น จำได้ว่าตอนเด็กๆ ก็เล่นน้ำคลองกับเพื่อนได้ไม่กลัว จำไม่ได้ว่าว่ายน้ำท่าไหน แต่ตอนนี้ฉันว่ายน้ำไม่เป็น และถ้าจะให้ไป snorkeling หรือดำน้ำ นี่ฉันก็คิดหนักเหมือนกันนะ

การเดินทางง่ายมาก เพราะเราเดินทางไปจากจังหวัดพัทลุงตอนสายๆ เรานั่งรถตู้กันไปจนถึง หาดใหญ่แล้วก็ต่อรถตู้ที่เขียนว่า ท่าเรือปากบารา ต่อไปอีกประมาณ ชั่วโมงครึ่ง ไม่นานนัก เราก็มาถึงท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูลประมาณเกือบบ่ายโมงเห็นจะได้ เรารีบวิ่งวุ่นซื้อตั๋วเรือเฟอร์รี่ ปกติเขาบอกว่า เขาขายในราคา 600 ต่อเที่ยว แต่เขาจะลดให้เราเหลือแค่ 500 ไป-กลับก็เป็นราคา 1,000 ต่อคน (แพงจริงๆนะเธอวว์ ทำเอาเกือบไม่อยากไปแล้ว)

เราซื้อตั๋วเสร็จก็มีคนมารับไปขึ้นเรือเลย เรือไปเกาะหลีเป๊ะมีไม่บ่อย ถ้าพลาดรอบนี้ อีกรอบก็เป็นบ่ายสาม เราจึงรีบเดินตามพี่เขาเพื่อไปขึ้นเรือ บอกเลยว่าการเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะนี่ใช่เวลาประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง หลับไปหลายตื่นก็ยังไม่ถึง ต้องเข้าใจที่ค่าเรือเขาแพงสินะ

ระหว่างทางก็ไม่มีอะไรให้ชม นอกจากผืนน้ำสีครามเป็นระลอกๆ บวกกับขวดน้ำชาเขียวโออิชิ และขยะอื่นๆ ที่ปรากฎมาให้เห็นประปราย คนไทยนี่คือดีนะ ไปที่ไหนก็มีแต่ขยะ

มองผ่านกระจกเรือ ตอนใกล้ๆ ถึงเกาะหลีเป๊ะ
มองผ่านกระจกเรือ ตอนใกล้ๆ ถึงเกาะหลีเป๊ะ

ไม่นานนักเรือก็ขับมาถึงที่โป๊ะ เพื่อส่งถ่ายนักท่องเที่ยวไปยังหาดต่างๆ เข้าใจว่าเกาะหลีเป๊ะมี 3 หาด คือ หาดพัทยา ซึ่งป๊อบปูล่าร์ สุดๆ รองลงมาคือ หาด sunrise และ หาด sunset ตามลำดับ

ฉันกับเพื่อนจองที่พักไว้ที่หาด sunrise พอเรามาถึงโป๊ะแล้ว เราก็ยืนเข้าคิว เพื่อนั่งเรือหางยาวต่อไปยังหาด sunrise

แว๊บแรกที่เห็นเกาะหลีเป๊ะ
แว๊บแรกที่เห็นเกาะหลีเป๊ะ
but first let's take a selfie hahaha
but first let us take a selfie hahaha

เราจ่ายค่าเรือหางยาวอีกคนละ 50 บาทเพื่อต่อ ไปยังหาด sunrise ระหว่างทาง คลื่นก็หยาบเป็นระยะๆ จิตใจก็ตุ้มๆต่อม เหมือนเคย แต่ด้วยวิวสวยงามรอบข้างแล้ว จึงยอมทนๆ นั่งไป

crystal clear water
crystal clear water

IMG_0349

IMG_0350 IMG_0351 IMG_0361 IMG_0357 IMG_0355 IMG_0353

ที่พักของเรา ชื่อว่า Lipe Beach Resort เราได้ห้องไม้ไผ่เล็กๆ หรือที่เราจะเรียกว่า exotic bamboo hut
เนื่องจากเราไปช่วงก่อนสงกรานต์ที่พักหลายที่ก็ถูกจับจองเต็มหมดในช่วงเวลานั้น ขอบอกว่า เราไม่ใส่ใจเรื่องที่พักมากนัก เรานอนง่าย เราแค่อยากมาเห็นธรรมชาติที่สวยงามกับตาและชื่นชมความงามเหล่านั้น แค่นั้นก็พอแล้ว ห้องไม้ไผ่ที่ดูไม่แข็งแรง ก็ไม่ได้ทำให้การพักอยู่ที่นี่กร่อยเลย เรากลับชอบมันเสียด้วยซ้ำไป ฮ่าๆ

our exotic bamboo hut!  750 baht a night
our exotic bamboo hut!
750 baht a night

เรารีบเก็บของ เปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะเรารีบไปหาที่เล่นน้ำ ก่อนที่แดดจะหมด ข้างหน้ารีสอร์ทก็มีที่ให้เล่นน้ำสำหรับแขกที่พัก แต่คนเยอะหน่อย เราจึงเดินไปไกลๆ คน เนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัว สูงงงงงงง

พอเราได้ที่สำหรับเล่นน้ำแล้วเนีย เราก็ต้อง selfie พอเป็นพิธี ก่อนที่จะไม่ได้ถ่าย เพราะหนูไม่มีกล้อง GoPro ค่าาาาา
พอเราได้ที่สำหรับเล่นน้ำแล้วเนีย เราก็ต้อง selfie พอเป็นพิธี ก่อนที่จะไม่ได้ถ่าย เพราะหนูไม่มีกล้อง GoPro ค่าาาาา

ฉันเล่นน้ำตามประสาคนว่ายน้ำไม่เป็นโดยมีเพื่อนคอยสอนให้ลอยตัวอยู่ข้างๆ ทำไปนานๆเข้า พัฒนาการก็เริ่มมี ต่างคนต่างสนุกอยู่ในโลกของตัวเอง เล่นน้ำเหนื่อย ก็มานั่งดูคนริมชาดหาด คือ มันชิลมาก อยากทำไรก็ได้ทำ อยากเล่นก็เล่น มันเป็นการพักผ่อนชริงๆ

จะพายเรือคายัคเล่นก็ได้ สวยๆ
จะพายเรือคายัคเล่นก็ได้ สวยๆ

ไม่เคยคิดว่าเกาะหลีเป๊ะจะสวยงามดึงดูดใจขนาดนี้ ตอนแรกก่อนมาก็คิดว่าคงเป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวเยอะ พลุกพล่าน ไม่ต่างจากกระบี่หรือภูเก็ต แต่พอได้มาสัมผัสแล้ว ความเป็นส่วนตัวสูงโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเงินระดับโรงแรมห้าดาว เพื่อที่จะต้องซื้อความสุข ความเป็นส่วนตัวมากมายขนาดนั้น หลีเป๊ะสำหรับฉันนี่ชิลมาก   บอกเลย ว่าหลงรัก เกาะนี้ ไม่เคยบอกรักเกาะไหน และถ้าจะให้มาทำงานที่นี่ที่ขึ้นฝั่งได้แค่เดือนละสองครั้งฉันก็ยอมนะ…

ฉันหัดลอยตัวไปเรื่อย เพื่อนฉันก็ว่ายน้ำดูโน่นนี่ไปเรื่อย พอแดดจะหมด ผิวเริ่ม burned เราก็เริ่มหิวแล้ว นี่ยังไม่ได้หาไรกินมาเลยจนเย็นย่ำ เห็นทะเลเล่นวิ่งเข้าใส่ก่อนเลย หิวปะ ให้ทาย

เรากลับห้องไปอาบน้ำ แต่งตัว เพื่อมานั่งกินลม (ไม่อิ่มเท่ากินข้าว) ชมทะเล กับบรรยากาศริมทะเลชิวๆ ไม่หลงรักให้ถีบ

ก็ไม่มีอะไรมาก ท้องฟ้าสีพาสเทลสวยๆ เป็นธรรมชาติ ไม่แต่งแต้ม ก็แค่นี้แหละที่หลีเป๊ะ treat เรา ไม่หลงรักให้ถีบ
ก็ไม่มีอะไรมาก ท้องฟ้าสีพาสเทลสวยๆ เป็นธรรมชาติ ไม่แต่งแต้ม ก็แค่นี้แหละที่หลีเป๊ะ treat เรา ไม่หลงรักให้ถีบ

IMG_0384 IMG_0385 IMG_0386

ขอ selfie แบบดูดีมีชาติตระกูลอีกรูป คือมีกันแค่สองคนก็แค่ selfie all the way!
ขอ selfie แบบดูดีมีชาติตระกูลอีกรูป คือมีกันแค่สองคนก็แค่ selfie all the way!

หลังจากเดินชมท้องฟ้าและท้องทะเล ตอนนี้ท้องเริ่มหิว จึงสั่งอาหารเย็นมาทานริมทะเลสวยๆ ไม่เบียดเบียนใคร

เผลอจริงๆ นะคะรูปนี้อะ
เผลอจริงๆ นะเออ
อาหารเย็นกับวิวสวยๆ สงบๆ
อาหารเย็นกับวิวสวยๆ สงบๆ

IMG_0380 IMG_0381

มื้อเย็นของวันผ่านไป เราจึงตัดสินใจไปเดิน walking street กันเพื่อหาของอร่อยๆ กิน และเดินดูของฝาก ระหว่างทางจากหาด sunrise ไป walking street ที่หาดพัทยานี่ไกลพอสมควร แต่ก็มีทางเดินลัดเลาะไปได้ อาจจะมืดไปหน่อย ไม่แนะนำให้เดินไปคนเดียว ไปกับเพื่อนฝูงจะปลอดภัยกว่า

เราใช้เวลา 10-15 นาทีก็เดินไปถึง walking street เพื่อนฉันหาซื้อโรตีกิน ฉันเองหาโปสการ์ดให้เพื่อนคนนึงที่ชอบสะสมโปสการ์ด บวกกับได้ตุ้มหูราคา 270 มาอีกหนึ่งคู่ ทุกอย่างที่ walking street นี่แพงบรม แต่ก็เข้าใจนะเพราะเขาต้องไปขนมาจากฝั่งใช้เวลาเดินทางไปกลับก็ 4 ชั่วโมงแล้ว ชอบอะไรก็ซื้อๆไปเหอะ อย่าคิดนาน (ตุ้มหูอันนั้นกูต่อราคาเป็นชั่วโมง ลด 30 บาท พอ จบ เหนื่อย)

โปสการ์ดสักใบ?
โปสการ์ดสักใบ?
ตุ้มหูราคาแพงที่ซื้อได้ 50 บาทบนบก บนเกาะ 270 ค่ะ จบข่าว
ตุ้มหูราคาแพงที่ซื้อได้ 50 บาทบนบก บนเกาะ 270 ค่ะ จบข่าว

เราเดินเล่นจนเมื่อย 3 ทุ่มก็เดินกลับที่พัก ขอบอกว่าทางมืดมากๆ ระวังหลง จริงจากถนนคนเดินจะมีแท็กซี่แต่เรางกค่ะ เราจะเดิน พอเดินไปได้ครึ่งทางเริ่มคิดว่าทำไมกูไม่กลับแท็กซี่ จะมีเสียงคนเดินผ่านประปรายและเสียงมอเตอร์ไซด์ ซึ่งไม่ได้ทำให้ความกลัวลดน้อยลง แนะนำว่านั่งแท็กซี่กลับเถอะค่ะ อย่างกนักเลย (ใคร?)

เรามาถึงที่พักโดยปลอดภัย จริงๆ มันไม่มีอาชญากรรมหรืออะไร มันแค่มืดแหละค่ะ แล้วเราก็กลัวความมืด (เฉยๆ) ฮ่าๆ

เรามานอนเล่นตรงแคร่ หน้ารีสอร์ทมองดูพระจันทร์ และก็กินน้ำแตงโมปั่น โนแอลกอฮอล์ค่ะ เพราะพรุ่งนี้จะไป snorkeling บอกได้คำเดียวว่า “Bliss”

—————————————-

วันรุ่งขึ้น….

เช้านี้เรามีแพลนไป snorkeling กันที่เกาะรอบในๆ ราคาต่อคนต่อวันคือ 650 บาท มีข้าวเที่ยง น้ำ ขนม ให้ตามสภาพ

จริงๆแล้วด้วยความที่ฉันว่ายน้ำไม่เป็น ก็ไม่รู้ว่าการไปดำน้ำครั้งนี้จะสนุกหรือน่ากลัวยังไง แต่ฉันอยากก้าวผ่านความกลัวครั้งนี้ให้ได้ ครั้งที่แล้วพายเรือคายัคแบบไม่ใส่ชูชีพกลางทะเลอันดามันมาแล้ว ว่ายน้ำก็ไม่เป็น มันก็เปรี้ยวไปอีกแบบ คราวนี้ก็เลยจะไปชมปะการังแบบใส่ชูชีพ ไม่รู้เหมือนกัน ว่าฉันจะทำได้ไหม แต่ไม่ลองไม่รู้นะ

ทะเลยามเช้า
ทะเลยามเช้า

เรามารับพวกเรา 9.30 โดยที่มีเพื่อนประมาณเกือบ 10 คนไปดำน้ำด้วยกัน ตื่นเต้นและก็หวั่นใจไปพร้อมๆ กัน

มองไปทางไหนก็สุขใจ น้ำใสตลอด แม้เราจะนั่งเรือออกมาไกลแล้วก็ตาม
มองไปทางไหนก็สุขใจ น้ำใสตลอด แม้เราจะนั่งเรือออกมาไกลแล้วก็ตาม

DSC01692

น้ำใสขนาดนี้นะ น้ำก็ไม่ใช่ตื้นๆด้วย
น้ำใสขนาดนี้นะ น้ำก็ไม่ใช่ตื้นๆด้วย

IMG_0400

พอไปถึงที่ดำน้ำจุดแรก เรารู้สึกตื่นเต้นมากด้วยความสวยของธรรมชาติและความใสของน้ำ ฝรั่งมั่งค่ารีบกระโดดลงน้ำ แบบไม่ต้องใส่ชูชีพ เอเชียอย่างเราๆ รีบมองหาชูชีพก่อนเป็นอันดับแรก พอได้มาแล้วทุกคนก็ดีดตัวลงน้ำ จนเราเกือบเป็นคนสุดท้าย เพื่อนก็บอกให้รีบลงมา ก็ลงไป ลงไปแล้วก็ตีขาใหญ่ กลัวแม่งจะจม เราทั้งสองมีอุปกรณ์สน๊อกเกิลพร้อม แต่ด้วยความตื่นเต้น เราหายใจในน้ำไม่เป็นเลย ตื่นเต้นตลอด จนพี่ที่ดูเรือทนไม่ไหว กระโดดลงมา แล้วบอกให้เราจับทุ่นกับเชือก เขาจะพาดำเอง พี่โคตรแฮบปี้ ดำไม่สงสารเราเลย เราไม่ได้เอ็นจอย ณ จุดๆ นั้นแล้วพี่ดำเร็วมาก เราหายใจไม่ทัน เพื่อนเราก็ดำอยู่ห่างๆ พี่ดำผุด ดำว่าย จนเราต้องบอกพี่ว่า พอเถอะค่ะ เอาหนูขึ้นไปที ดำน้ำจุดแรก จึงจบด้วยประการฉะนี้

DSC01704

เพื่อนเราดำน้ำสวยๆ เราก็ยืนดูบนเรืออย่างอิจฉาริษยา ความกลัวแรก ยังไม่ถูกขจัดออกไป...
เพื่อนเราดำน้ำสวยๆ เราก็ยืนดูบนเรืออย่างอิจฉาริษยา ความกลัวแรก ยังไม่ถูกขจัดออกไป…

หลังจากจุดดำน้ำจุดแรก เขาพาเราไปชมเกาะหินงามกัน

DSC01709 DSC01714 DSC01718 DSC01720

จุดที่สองที่เราจะไปดำน้ำกันเราเรียกว่า ร่องน้ำจาบัง จุดนี้เป็นจุดที่เราหายใจคล่องมากขึ้น มีปะการังสวยเยอะมากๆ อีกทั้งยังมีปลาสวยๆ น่ารัก หลากหลายชนิด เราดำจุดนี้กับเพื่อนสองคนอยู่นานพอสมควร เราเริ่มรักโลกใต้ทะเลมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ลุงคนเรือก็ถาม เป็นไงหนู ไหวยัง ฮ่าๆ ลุงกลัวกูเสียตังค์ฟรี อิๆ

DSC01725

หลังจากดำน้ำที่ร่องน้ำจาบังเสร็จแล้ว ฝนก็เริ่มตั้งเค้า คนขับเรือเลยพาเราไปพักทานข้าวเสียเลย ตอนที่ฝนตกแล้วเรือหางยาวเราอยู่กลางทะเลนี่บอกเลยว่าเสียวมาก ไม่อยากให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนตอนไปกระบี่ เพราะตอนนั้นเกือบเอาชีวิตไม่รอด

DSC01727

DSC01729

จุดที่สามที่ไปดำน้ำ เราไม่ได้ถ่ายไว้ แต่เราก็กล้าออกไปดำกะเพื่อนมากขึ้น เพียงแต่มันมีหอยเม่นเยอะไปหน่อย กลัวๆ เลยรีบๆ ดำ รีบๆ ขึ้นเรือ อยากบอกว่า เจอปลาการ์ตูน ว่ายไปมาในดอกไม้ทะเล และมีหอยมือเสือพะงาบๆ อยู่ใกล้ๆ เห็นแล้วขนลุก นอกจากนั้นฉันยังเห็น blue tank fish สีน้ำเงินสวยงาม ว่ายไปว่ายมาอยู่ตัวเดียว เพื่อนฉันโดนปลากัดไปหลายรอบ ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่ามันจะกัดได้ไงวะ สุดท้ายเราโดนเอง กูเชื่อเลยปลาแม่งกัดจริง

ชายหาดใกล้ๆ จุดที่สี่ที่ไปดำน้ำ
ชายหาดใกล้ๆ จุดที่สี่ที่ไปดำน้ำ
คุณลุงขับเรือ
คุณลุงขับเรือ
ดำน้ำจุดนี้ลึกสุด น้ำแรงสุด เกือบจะไม่ไหว บอกเลย
ดำน้ำจุดนี้ลึกสุด น้ำแรงสุด เกือบจะไม่ไหว บอกเลย
ปลาดาว พี่ลูกเรือ ไปดำมาให้ดู แปปนึงก็ปล่อยกลับสู่ธรรมชาติจ้า
ปลาดาว พี่ลูกเรือ ไปดำมาให้ดู แปปนึงก็ปล่อยกลับสู่ธรรมชาติจ้า

หลังจากทริปดำน้ำวันนี้เราก็ตัวเกรียมกันไปเป็นแถบ แต่ขอ บอกว่าคุ้มค่ามากกับการลงมือทำ ฉันก้าวผ่านความกลัวไปแล้วอีกนิดนึงแล้ว จุดหมายต่อไปคือ ไปเรียนว่ายน้ำซะ แล้วไปเรียนคอร์สดำน้ำ ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าใต้ท้องทะเลมันมีอะไรให้น่าค้นหาอีก…

วันนี้จบลงรูปสวยๆ ที่เราขึ้นไปถ่ายมาจากรีสอร์ทอื่น ไม่หน้าด้านทำไม่ได้นะคะ อิๆ

DSC01749

IMG_0410 IMG_0411

เรากลับไปที่พัก อาบน้ำให้สดชื่น เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วออกมาทานอาหารเย็น กินบรรยากาศ มันชิลสุดๆ อารมณ์ดีตลอดทริป โอ้ยย หลีเป๊ะทำให้เรารักจนโงหัวไม่ขึ้น

ชมวิว ดูชาย
ชมวิว ดูชาย
dinnerrrr
dinnerrrr
ยามเย็นกับน้องหมา
ยามเย็นกับน้องหมา

เราทานอาหารเย็นจนอิ่มได้ที่ นั่งฟังเพลงชิลไปหลายเพลง ก็ตัดสินใจไปเดินถนนคนเดินกันอีกรอบ คืนนี้ออกไปดึกหน่อย กะจะไปหาโรตีกิน บวกไปคุยกับพี่ร้านตุ้มหู แล้วก็เดินเล่นชายหาดพัทยา ดูคนเล่น fire show ฟังเพลงฟรีๆ ตามบาร์แถวชายทะเล

ถนนคนเดินยังคงชิลไม่เปลี่ยน ข้าวของก็แพงเหมือนเดิม คืนนั้นวันซวยเอทีเอ็มตู้เดียวบนเกาะกดไม่ได้ เราจึงต้องไปร้าน cash in-advance เพื่อให้ได้เงินมาสนองความสุขยามค่ำคืน รูดบัตรที่นี่เขาชาร์จอีก 5 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่รูด เปรี้ยวปะ

เราได้เงินมาก็คิดว่า ยังไงคืนนี้ต้องเมา เอ้ย คืนนี้ต้องไปนั่งเล่นที่บาร์ไหนสักแห่ง เราเดินไปเดินมา ฉันเห็น long-tail bar มีความชิลสูง ด้วยการเอาเรือหางยาวมาทำเป็นบาร์แล้วการที่บอกว่าเราสามารถไปร่วมร้องเพลงกับวงดนตรีของพวกเขาได้ ทำให้เราตัดสินใจได้ไม่ยากนัก

เรานั่งฟังเพลงไปสักพัก ก็มีพี่นักดนตรี ถามว่าจะฟังเพลงไร เรานึกไม่ออก จนคิดไปคิดมาก็ยังนึกไม่ออก จึงบอกว่า ให้เพื่อนหนูร้องได้ปะ เพื่อนหนูร้องเพลงเพราะ ว่าแล้ว เพื่อนก็ไม่เขินอาย รีบไป join พี่ๆเขา บอกเลย เพลงเดียวไม่พออย่าให้เพื่อนกูขึ้น ฮ่าๆ

ทริปนี้ขอจบลงที่ภาพนี้ภาพสุดท้ายนะ
ทริปนี้ขอจบลงที่ภาพนี้ภาพสุดท้ายนะ

เสียงดนตรียังคงขับกล่อมบาร์นั้นต่อไปจนดึกดื่น ต่างคนต่างสนุก ฉันได้เพื่อนใหม่ ได้พี่ที่รู้จักที่อยากชวนฉันไปทำงานที่นั้น ได้ร้องเพลงกับ the banana band ที่มอบเสียงหัวเราะให้ทุกคนในบาร์อย่างไม่ขาดสาย คืนนั้นเป็นคืนที่ดีคืนหนึ่ง ทริปนั้นเป็นทริปที่ฉันลืมไม่ลง เพราะรู้สึกเหมือนจิตใจอยากมาอยู่เกาะซะแล้ว

ที่นี่ไม่มีอะไรมาก ผู้คนไม่ผูกเนคไท หรือใส่รองเท้าส้นสูง ไม่ขึ้นรถไฟฟ้า ไม่ต้องกิน after you หรือ Starbucks ไม่ต้องใช้ชีวิตป๊อบ แต่ความสุขจากทะเล ชาวบ้าน ธรรมชาติ มันมาเติมเต็มได้ง่ายๆ ชีวิตบนเกาะ ที่ไม่ต้องสร้างภาพหรือหรูหรา ฉันก็ได้แต่คิดว่า หากไม่มีอะไรทำแล้วในเมืองใหญ่ ฉันก็อยากมาอยู่เกาะ พี่ๆชวนทำงานโรงแรมกันให้ควั่ก อยู่ที่ฉันเองจะกล้าละสิ่งเหล่านั้นได้ไหม…

อย่างไรก็แล้วแต่ การเดินทางสอนฉันมากมาย สร้างความแข็งแรง ทำให้เราเป็นคนเต็มคน

ฉันหลงรักเกาะหลีเป๊ะมากที่สุด และจะกลับไปในไม่ช้า…

ขอบคุณการเดินทางที่ทำให้เราพานพบคนดีๆ และประสบการณ์ดีๆ

ขอบคุณที่ทำให้เราเลิกกลัวบางสิ่งบางอย่างไปได้

หวังว่าทุกคนจะมีความสุขกับการอ่านไม่มากก็น้อย ใครไปเที่ยวไหนก็อย่าลืมมาแชร์กันบ้างนะคะ happiness is fulfilled when shared. 🙂