Travel

The Charm of Bruges

Who would have thought that I would have a chance to go back to Europe again after 3 years from my last visit. Who would have thought I would go to Belgium, the country I haven’t really heard much of. Well, I, of course, have heard about Belgium and its charm for a very long time but to be honest, never once I thought I would go there. But after my visit in May 2015, Belgium turned out to be one of my favorite countries in spite of its small size. Now I can’t wait to go back!

First city in Belgium I visited was Bruges, and before traveling to Bruges, let’s start off with a small town called “Presles”…the very very tiny town, yet very very cute.

I didn’t see much of the town I only went there to “have lunch” (sounds immensely important), visited around the town and my boyfriend’s house, it was very short, yet impressive.

From his backyard. Such lovely flowers.
From his backyard. Such lovely flowers.
Rapeseed fields occupying most of the town.
Rapeseed fields occupying most of the town.
I came to Presles to have lunch! :P
I came to Presles to have lunch! 😛

This dish is called “bouché à la reine with french fries”, the dish is very authentic and delicious served together with authentic Belgian fries. Fries are actually very well-known from Belgium. There are some secretive Belgian recipes to make fries delicious and appetizing.

After the warm and loving treat in Presles, We headed back to Brussels to catch a train for our destination tonight, Bruges.

Bruges is located in the northwest of Belgium, it is the largest city of the West Flanders in the Flemish region of Belgium. Bruges was once the important port of the world, it was at times regarded as ‘The Venice of the North’. I, myself, have heard about Bruges now and then in the travel books as well as from the stories of my friends’. The city sounded fascinating and I thought if I would ever have a chance to visit Belgium, Bruges will not be missed.

Here we arrived at the train station in Bruges, it only took 1 hour from Brussel-Zuid Train Station. We took a bus to downtown and walked quite endlessly to find the hotel I booked from Thailand. The rain started to drizzle until we finally found this ‘Europ Hotel’. Have I told you yet that it often rains in Bruges, sounds like the south of Thailand but it really does.

Somewhere the hotel.
Somewhere near the hotel.

IMG_0345

IMG_0347

We did not do anything much after arriving at the hotel and the evening ended humbly with a football match in a cafe and famous burgers in town, good night Bruges!

——————————

Next day was a city tour day. After breakfast, we started walking along the river near the hotel to see what this city has to offer.

IMG_0364IMG_0367

IMG_0417

We were strolling around, chilling. Sometimes we did not know where we were going but it was okay. We were not afraid that we would miss anything, just go with the flow.

IMG_0382

IMG_0383

came across Chocolat de Bruges, favored with so many good stuff :) Belgian chocolate is the best!
came across Chocolat de Bruges, favored with so many good stuff 🙂 Belgian chocolate is the best!
Basilica of the Holy Blood (Chapel of the Holy Blood)
Basilica of the Holy Blood
(Chapel of the Holy Blood)

IMG_0394

After lunch, we arrived at the City Hall, there were so many people there as if something was going to happen and we decided to wait and see as well.

Bruges's City Hall
Bruges’s City Hall
Waiting patiently with waffle de Bruges. :P
Waiting patiently with waffle de Bruges. 😛

After we had been waiting for so long and nothing happened, we still did not know why people gathered but too lateeee we wasted a few hours already. So, we went to find a restaurant for tonight in the drizzling rain, it was freezing cold as we sat outside but warm mussels served with fries did make up for the rain.

IMG_0426

That night eventually ended with pouring rain and we slept really deeply in the embrace of Bruges.

Travel

The island I fall for: Koh Lipe

หลายต่อหลายครั้งที่ฉันวางแผนไว้กะเพื่อนคนสนิทของเรา ว่าจะไปยังที่ที่เราอยากไปด้วยกัน จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งมันก็ล้มไม่เป็นท่า ไม่ว่าจะเป็นลาว เวียดนาม หรือที่ไหนๆ เพราะมีภารกิจอันมากมายมาขวางทาง เราจึงไม่เคยทำมันได้สำเร็จ

ระหว่างที่ฉันยังคงเดินเตะฝุ่นว่างงาน ฉันก็บอกเพื่อนคนเดิม ว่าเราควรจะไปเที่ยวกัน เอาทะเลใกล้ๆบ้านก็ได้ ที่ๆ เรายังไม่เคยไป ไปกันแค่สองคนก็พอ ไปหลายคนเรื่องเยอะ เราต่างรู้นิสัยใจคอ เธอบังเอิญมีวันว่างก่อนสงกรานต์ปีนี้ จนแล้วจนรอด เราจึงได้ออกเดินทางเสียที

แม้จะเป็นทริปใกล้บ้าน แต่บอกเลยว่า มันมีความหมายมากอย่างน้อยสำหรับคนที่ก้าวผ่านความกลัวไปได้อย่างหนึ่ง และฉันเองก็เชื่อว่า เพื่อนฉันก็มีความสุขไม่น้อย เมื่อได้ออกเดินทางไปยังเกาะสวยๆ ที่ที่ไม่มีกฏเกณฑ์อะไรมาบังคับ ทำให้เราทั้งสองได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในแบบของเรา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาอันสั้นก็ตาม

ฉันกับเพื่อน เราวางแผนไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะกันเวลาสามวันสองคืน ถึงแม้ว่าเกาะหลีเป๊ะจะอยู่ในจังหวัดสตูลซึ่งห่างจากจังหวัดพัทลุงไม่มากนัก แต่ฉันก็ไม่เคยมีโอกาสได้ไป คราวนี้จึงเป็นโอกาสดี เพราะเพื่อนๆ หลายคนบอกว่าทะเลที่นี่ใสมาก แบบ crystal clear เลยล่ะ

ขอออกตัวก่อนเลยว่าถึงแม้จะเป็นคนใต้ กระโดดน้ำคลองหรือเที่ยวน้ำตกมาบ่อย ฉันเองก็ยังว่ายน้ำไม่เป็น จำได้ว่าตอนเด็กๆ ก็เล่นน้ำคลองกับเพื่อนได้ไม่กลัว จำไม่ได้ว่าว่ายน้ำท่าไหน แต่ตอนนี้ฉันว่ายน้ำไม่เป็น และถ้าจะให้ไป snorkeling หรือดำน้ำ นี่ฉันก็คิดหนักเหมือนกันนะ

การเดินทางง่ายมาก เพราะเราเดินทางไปจากจังหวัดพัทลุงตอนสายๆ เรานั่งรถตู้กันไปจนถึง หาดใหญ่แล้วก็ต่อรถตู้ที่เขียนว่า ท่าเรือปากบารา ต่อไปอีกประมาณ ชั่วโมงครึ่ง ไม่นานนัก เราก็มาถึงท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูลประมาณเกือบบ่ายโมงเห็นจะได้ เรารีบวิ่งวุ่นซื้อตั๋วเรือเฟอร์รี่ ปกติเขาบอกว่า เขาขายในราคา 600 ต่อเที่ยว แต่เขาจะลดให้เราเหลือแค่ 500 ไป-กลับก็เป็นราคา 1,000 ต่อคน (แพงจริงๆนะเธอวว์ ทำเอาเกือบไม่อยากไปแล้ว)

เราซื้อตั๋วเสร็จก็มีคนมารับไปขึ้นเรือเลย เรือไปเกาะหลีเป๊ะมีไม่บ่อย ถ้าพลาดรอบนี้ อีกรอบก็เป็นบ่ายสาม เราจึงรีบเดินตามพี่เขาเพื่อไปขึ้นเรือ บอกเลยว่าการเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะนี่ใช่เวลาประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง หลับไปหลายตื่นก็ยังไม่ถึง ต้องเข้าใจที่ค่าเรือเขาแพงสินะ

ระหว่างทางก็ไม่มีอะไรให้ชม นอกจากผืนน้ำสีครามเป็นระลอกๆ บวกกับขวดน้ำชาเขียวโออิชิ และขยะอื่นๆ ที่ปรากฎมาให้เห็นประปราย คนไทยนี่คือดีนะ ไปที่ไหนก็มีแต่ขยะ

มองผ่านกระจกเรือ ตอนใกล้ๆ ถึงเกาะหลีเป๊ะ
มองผ่านกระจกเรือ ตอนใกล้ๆ ถึงเกาะหลีเป๊ะ

ไม่นานนักเรือก็ขับมาถึงที่โป๊ะ เพื่อส่งถ่ายนักท่องเที่ยวไปยังหาดต่างๆ เข้าใจว่าเกาะหลีเป๊ะมี 3 หาด คือ หาดพัทยา ซึ่งป๊อบปูล่าร์ สุดๆ รองลงมาคือ หาด sunrise และ หาด sunset ตามลำดับ

ฉันกับเพื่อนจองที่พักไว้ที่หาด sunrise พอเรามาถึงโป๊ะแล้ว เราก็ยืนเข้าคิว เพื่อนั่งเรือหางยาวต่อไปยังหาด sunrise

แว๊บแรกที่เห็นเกาะหลีเป๊ะ
แว๊บแรกที่เห็นเกาะหลีเป๊ะ
but first let's take a selfie hahaha
but first let us take a selfie hahaha

เราจ่ายค่าเรือหางยาวอีกคนละ 50 บาทเพื่อต่อ ไปยังหาด sunrise ระหว่างทาง คลื่นก็หยาบเป็นระยะๆ จิตใจก็ตุ้มๆต่อม เหมือนเคย แต่ด้วยวิวสวยงามรอบข้างแล้ว จึงยอมทนๆ นั่งไป

crystal clear water
crystal clear water

IMG_0349

IMG_0350 IMG_0351 IMG_0361 IMG_0357 IMG_0355 IMG_0353

ที่พักของเรา ชื่อว่า Lipe Beach Resort เราได้ห้องไม้ไผ่เล็กๆ หรือที่เราจะเรียกว่า exotic bamboo hut
เนื่องจากเราไปช่วงก่อนสงกรานต์ที่พักหลายที่ก็ถูกจับจองเต็มหมดในช่วงเวลานั้น ขอบอกว่า เราไม่ใส่ใจเรื่องที่พักมากนัก เรานอนง่าย เราแค่อยากมาเห็นธรรมชาติที่สวยงามกับตาและชื่นชมความงามเหล่านั้น แค่นั้นก็พอแล้ว ห้องไม้ไผ่ที่ดูไม่แข็งแรง ก็ไม่ได้ทำให้การพักอยู่ที่นี่กร่อยเลย เรากลับชอบมันเสียด้วยซ้ำไป ฮ่าๆ

our exotic bamboo hut!  750 baht a night
our exotic bamboo hut!
750 baht a night

เรารีบเก็บของ เปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะเรารีบไปหาที่เล่นน้ำ ก่อนที่แดดจะหมด ข้างหน้ารีสอร์ทก็มีที่ให้เล่นน้ำสำหรับแขกที่พัก แต่คนเยอะหน่อย เราจึงเดินไปไกลๆ คน เนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัว สูงงงงงงง

พอเราได้ที่สำหรับเล่นน้ำแล้วเนีย เราก็ต้อง selfie พอเป็นพิธี ก่อนที่จะไม่ได้ถ่าย เพราะหนูไม่มีกล้อง GoPro ค่าาาาา
พอเราได้ที่สำหรับเล่นน้ำแล้วเนีย เราก็ต้อง selfie พอเป็นพิธี ก่อนที่จะไม่ได้ถ่าย เพราะหนูไม่มีกล้อง GoPro ค่าาาาา

ฉันเล่นน้ำตามประสาคนว่ายน้ำไม่เป็นโดยมีเพื่อนคอยสอนให้ลอยตัวอยู่ข้างๆ ทำไปนานๆเข้า พัฒนาการก็เริ่มมี ต่างคนต่างสนุกอยู่ในโลกของตัวเอง เล่นน้ำเหนื่อย ก็มานั่งดูคนริมชาดหาด คือ มันชิลมาก อยากทำไรก็ได้ทำ อยากเล่นก็เล่น มันเป็นการพักผ่อนชริงๆ

จะพายเรือคายัคเล่นก็ได้ สวยๆ
จะพายเรือคายัคเล่นก็ได้ สวยๆ

ไม่เคยคิดว่าเกาะหลีเป๊ะจะสวยงามดึงดูดใจขนาดนี้ ตอนแรกก่อนมาก็คิดว่าคงเป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวเยอะ พลุกพล่าน ไม่ต่างจากกระบี่หรือภูเก็ต แต่พอได้มาสัมผัสแล้ว ความเป็นส่วนตัวสูงโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเงินระดับโรงแรมห้าดาว เพื่อที่จะต้องซื้อความสุข ความเป็นส่วนตัวมากมายขนาดนั้น หลีเป๊ะสำหรับฉันนี่ชิลมาก   บอกเลย ว่าหลงรัก เกาะนี้ ไม่เคยบอกรักเกาะไหน และถ้าจะให้มาทำงานที่นี่ที่ขึ้นฝั่งได้แค่เดือนละสองครั้งฉันก็ยอมนะ…

ฉันหัดลอยตัวไปเรื่อย เพื่อนฉันก็ว่ายน้ำดูโน่นนี่ไปเรื่อย พอแดดจะหมด ผิวเริ่ม burned เราก็เริ่มหิวแล้ว นี่ยังไม่ได้หาไรกินมาเลยจนเย็นย่ำ เห็นทะเลเล่นวิ่งเข้าใส่ก่อนเลย หิวปะ ให้ทาย

เรากลับห้องไปอาบน้ำ แต่งตัว เพื่อมานั่งกินลม (ไม่อิ่มเท่ากินข้าว) ชมทะเล กับบรรยากาศริมทะเลชิวๆ ไม่หลงรักให้ถีบ

ก็ไม่มีอะไรมาก ท้องฟ้าสีพาสเทลสวยๆ เป็นธรรมชาติ ไม่แต่งแต้ม ก็แค่นี้แหละที่หลีเป๊ะ treat เรา ไม่หลงรักให้ถีบ
ก็ไม่มีอะไรมาก ท้องฟ้าสีพาสเทลสวยๆ เป็นธรรมชาติ ไม่แต่งแต้ม ก็แค่นี้แหละที่หลีเป๊ะ treat เรา ไม่หลงรักให้ถีบ

IMG_0384 IMG_0385 IMG_0386

ขอ selfie แบบดูดีมีชาติตระกูลอีกรูป คือมีกันแค่สองคนก็แค่ selfie all the way!
ขอ selfie แบบดูดีมีชาติตระกูลอีกรูป คือมีกันแค่สองคนก็แค่ selfie all the way!

หลังจากเดินชมท้องฟ้าและท้องทะเล ตอนนี้ท้องเริ่มหิว จึงสั่งอาหารเย็นมาทานริมทะเลสวยๆ ไม่เบียดเบียนใคร

เผลอจริงๆ นะคะรูปนี้อะ
เผลอจริงๆ นะเออ
อาหารเย็นกับวิวสวยๆ สงบๆ
อาหารเย็นกับวิวสวยๆ สงบๆ

IMG_0380 IMG_0381

มื้อเย็นของวันผ่านไป เราจึงตัดสินใจไปเดิน walking street กันเพื่อหาของอร่อยๆ กิน และเดินดูของฝาก ระหว่างทางจากหาด sunrise ไป walking street ที่หาดพัทยานี่ไกลพอสมควร แต่ก็มีทางเดินลัดเลาะไปได้ อาจจะมืดไปหน่อย ไม่แนะนำให้เดินไปคนเดียว ไปกับเพื่อนฝูงจะปลอดภัยกว่า

เราใช้เวลา 10-15 นาทีก็เดินไปถึง walking street เพื่อนฉันหาซื้อโรตีกิน ฉันเองหาโปสการ์ดให้เพื่อนคนนึงที่ชอบสะสมโปสการ์ด บวกกับได้ตุ้มหูราคา 270 มาอีกหนึ่งคู่ ทุกอย่างที่ walking street นี่แพงบรม แต่ก็เข้าใจนะเพราะเขาต้องไปขนมาจากฝั่งใช้เวลาเดินทางไปกลับก็ 4 ชั่วโมงแล้ว ชอบอะไรก็ซื้อๆไปเหอะ อย่าคิดนาน (ตุ้มหูอันนั้นกูต่อราคาเป็นชั่วโมง ลด 30 บาท พอ จบ เหนื่อย)

โปสการ์ดสักใบ?
โปสการ์ดสักใบ?
ตุ้มหูราคาแพงที่ซื้อได้ 50 บาทบนบก บนเกาะ 270 ค่ะ จบข่าว
ตุ้มหูราคาแพงที่ซื้อได้ 50 บาทบนบก บนเกาะ 270 ค่ะ จบข่าว

เราเดินเล่นจนเมื่อย 3 ทุ่มก็เดินกลับที่พัก ขอบอกว่าทางมืดมากๆ ระวังหลง จริงจากถนนคนเดินจะมีแท็กซี่แต่เรางกค่ะ เราจะเดิน พอเดินไปได้ครึ่งทางเริ่มคิดว่าทำไมกูไม่กลับแท็กซี่ จะมีเสียงคนเดินผ่านประปรายและเสียงมอเตอร์ไซด์ ซึ่งไม่ได้ทำให้ความกลัวลดน้อยลง แนะนำว่านั่งแท็กซี่กลับเถอะค่ะ อย่างกนักเลย (ใคร?)

เรามาถึงที่พักโดยปลอดภัย จริงๆ มันไม่มีอาชญากรรมหรืออะไร มันแค่มืดแหละค่ะ แล้วเราก็กลัวความมืด (เฉยๆ) ฮ่าๆ

เรามานอนเล่นตรงแคร่ หน้ารีสอร์ทมองดูพระจันทร์ และก็กินน้ำแตงโมปั่น โนแอลกอฮอล์ค่ะ เพราะพรุ่งนี้จะไป snorkeling บอกได้คำเดียวว่า “Bliss”

—————————————-

วันรุ่งขึ้น….

เช้านี้เรามีแพลนไป snorkeling กันที่เกาะรอบในๆ ราคาต่อคนต่อวันคือ 650 บาท มีข้าวเที่ยง น้ำ ขนม ให้ตามสภาพ

จริงๆแล้วด้วยความที่ฉันว่ายน้ำไม่เป็น ก็ไม่รู้ว่าการไปดำน้ำครั้งนี้จะสนุกหรือน่ากลัวยังไง แต่ฉันอยากก้าวผ่านความกลัวครั้งนี้ให้ได้ ครั้งที่แล้วพายเรือคายัคแบบไม่ใส่ชูชีพกลางทะเลอันดามันมาแล้ว ว่ายน้ำก็ไม่เป็น มันก็เปรี้ยวไปอีกแบบ คราวนี้ก็เลยจะไปชมปะการังแบบใส่ชูชีพ ไม่รู้เหมือนกัน ว่าฉันจะทำได้ไหม แต่ไม่ลองไม่รู้นะ

ทะเลยามเช้า
ทะเลยามเช้า

เรามารับพวกเรา 9.30 โดยที่มีเพื่อนประมาณเกือบ 10 คนไปดำน้ำด้วยกัน ตื่นเต้นและก็หวั่นใจไปพร้อมๆ กัน

มองไปทางไหนก็สุขใจ น้ำใสตลอด แม้เราจะนั่งเรือออกมาไกลแล้วก็ตาม
มองไปทางไหนก็สุขใจ น้ำใสตลอด แม้เราจะนั่งเรือออกมาไกลแล้วก็ตาม

DSC01692

น้ำใสขนาดนี้นะ น้ำก็ไม่ใช่ตื้นๆด้วย
น้ำใสขนาดนี้นะ น้ำก็ไม่ใช่ตื้นๆด้วย

IMG_0400

พอไปถึงที่ดำน้ำจุดแรก เรารู้สึกตื่นเต้นมากด้วยความสวยของธรรมชาติและความใสของน้ำ ฝรั่งมั่งค่ารีบกระโดดลงน้ำ แบบไม่ต้องใส่ชูชีพ เอเชียอย่างเราๆ รีบมองหาชูชีพก่อนเป็นอันดับแรก พอได้มาแล้วทุกคนก็ดีดตัวลงน้ำ จนเราเกือบเป็นคนสุดท้าย เพื่อนก็บอกให้รีบลงมา ก็ลงไป ลงไปแล้วก็ตีขาใหญ่ กลัวแม่งจะจม เราทั้งสองมีอุปกรณ์สน๊อกเกิลพร้อม แต่ด้วยความตื่นเต้น เราหายใจในน้ำไม่เป็นเลย ตื่นเต้นตลอด จนพี่ที่ดูเรือทนไม่ไหว กระโดดลงมา แล้วบอกให้เราจับทุ่นกับเชือก เขาจะพาดำเอง พี่โคตรแฮบปี้ ดำไม่สงสารเราเลย เราไม่ได้เอ็นจอย ณ จุดๆ นั้นแล้วพี่ดำเร็วมาก เราหายใจไม่ทัน เพื่อนเราก็ดำอยู่ห่างๆ พี่ดำผุด ดำว่าย จนเราต้องบอกพี่ว่า พอเถอะค่ะ เอาหนูขึ้นไปที ดำน้ำจุดแรก จึงจบด้วยประการฉะนี้

DSC01704

เพื่อนเราดำน้ำสวยๆ เราก็ยืนดูบนเรืออย่างอิจฉาริษยา ความกลัวแรก ยังไม่ถูกขจัดออกไป...
เพื่อนเราดำน้ำสวยๆ เราก็ยืนดูบนเรืออย่างอิจฉาริษยา ความกลัวแรก ยังไม่ถูกขจัดออกไป…

หลังจากจุดดำน้ำจุดแรก เขาพาเราไปชมเกาะหินงามกัน

DSC01709 DSC01714 DSC01718 DSC01720

จุดที่สองที่เราจะไปดำน้ำกันเราเรียกว่า ร่องน้ำจาบัง จุดนี้เป็นจุดที่เราหายใจคล่องมากขึ้น มีปะการังสวยเยอะมากๆ อีกทั้งยังมีปลาสวยๆ น่ารัก หลากหลายชนิด เราดำจุดนี้กับเพื่อนสองคนอยู่นานพอสมควร เราเริ่มรักโลกใต้ทะเลมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ลุงคนเรือก็ถาม เป็นไงหนู ไหวยัง ฮ่าๆ ลุงกลัวกูเสียตังค์ฟรี อิๆ

DSC01725

หลังจากดำน้ำที่ร่องน้ำจาบังเสร็จแล้ว ฝนก็เริ่มตั้งเค้า คนขับเรือเลยพาเราไปพักทานข้าวเสียเลย ตอนที่ฝนตกแล้วเรือหางยาวเราอยู่กลางทะเลนี่บอกเลยว่าเสียวมาก ไม่อยากให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนตอนไปกระบี่ เพราะตอนนั้นเกือบเอาชีวิตไม่รอด

DSC01727

DSC01729

จุดที่สามที่ไปดำน้ำ เราไม่ได้ถ่ายไว้ แต่เราก็กล้าออกไปดำกะเพื่อนมากขึ้น เพียงแต่มันมีหอยเม่นเยอะไปหน่อย กลัวๆ เลยรีบๆ ดำ รีบๆ ขึ้นเรือ อยากบอกว่า เจอปลาการ์ตูน ว่ายไปมาในดอกไม้ทะเล และมีหอยมือเสือพะงาบๆ อยู่ใกล้ๆ เห็นแล้วขนลุก นอกจากนั้นฉันยังเห็น blue tank fish สีน้ำเงินสวยงาม ว่ายไปว่ายมาอยู่ตัวเดียว เพื่อนฉันโดนปลากัดไปหลายรอบ ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่ามันจะกัดได้ไงวะ สุดท้ายเราโดนเอง กูเชื่อเลยปลาแม่งกัดจริง

ชายหาดใกล้ๆ จุดที่สี่ที่ไปดำน้ำ
ชายหาดใกล้ๆ จุดที่สี่ที่ไปดำน้ำ
คุณลุงขับเรือ
คุณลุงขับเรือ
ดำน้ำจุดนี้ลึกสุด น้ำแรงสุด เกือบจะไม่ไหว บอกเลย
ดำน้ำจุดนี้ลึกสุด น้ำแรงสุด เกือบจะไม่ไหว บอกเลย
ปลาดาว พี่ลูกเรือ ไปดำมาให้ดู แปปนึงก็ปล่อยกลับสู่ธรรมชาติจ้า
ปลาดาว พี่ลูกเรือ ไปดำมาให้ดู แปปนึงก็ปล่อยกลับสู่ธรรมชาติจ้า

หลังจากทริปดำน้ำวันนี้เราก็ตัวเกรียมกันไปเป็นแถบ แต่ขอ บอกว่าคุ้มค่ามากกับการลงมือทำ ฉันก้าวผ่านความกลัวไปแล้วอีกนิดนึงแล้ว จุดหมายต่อไปคือ ไปเรียนว่ายน้ำซะ แล้วไปเรียนคอร์สดำน้ำ ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าใต้ท้องทะเลมันมีอะไรให้น่าค้นหาอีก…

วันนี้จบลงรูปสวยๆ ที่เราขึ้นไปถ่ายมาจากรีสอร์ทอื่น ไม่หน้าด้านทำไม่ได้นะคะ อิๆ

DSC01749

IMG_0410 IMG_0411

เรากลับไปที่พัก อาบน้ำให้สดชื่น เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วออกมาทานอาหารเย็น กินบรรยากาศ มันชิลสุดๆ อารมณ์ดีตลอดทริป โอ้ยย หลีเป๊ะทำให้เรารักจนโงหัวไม่ขึ้น

ชมวิว ดูชาย
ชมวิว ดูชาย
dinnerrrr
dinnerrrr
ยามเย็นกับน้องหมา
ยามเย็นกับน้องหมา

เราทานอาหารเย็นจนอิ่มได้ที่ นั่งฟังเพลงชิลไปหลายเพลง ก็ตัดสินใจไปเดินถนนคนเดินกันอีกรอบ คืนนี้ออกไปดึกหน่อย กะจะไปหาโรตีกิน บวกไปคุยกับพี่ร้านตุ้มหู แล้วก็เดินเล่นชายหาดพัทยา ดูคนเล่น fire show ฟังเพลงฟรีๆ ตามบาร์แถวชายทะเล

ถนนคนเดินยังคงชิลไม่เปลี่ยน ข้าวของก็แพงเหมือนเดิม คืนนั้นวันซวยเอทีเอ็มตู้เดียวบนเกาะกดไม่ได้ เราจึงต้องไปร้าน cash in-advance เพื่อให้ได้เงินมาสนองความสุขยามค่ำคืน รูดบัตรที่นี่เขาชาร์จอีก 5 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่รูด เปรี้ยวปะ

เราได้เงินมาก็คิดว่า ยังไงคืนนี้ต้องเมา เอ้ย คืนนี้ต้องไปนั่งเล่นที่บาร์ไหนสักแห่ง เราเดินไปเดินมา ฉันเห็น long-tail bar มีความชิลสูง ด้วยการเอาเรือหางยาวมาทำเป็นบาร์แล้วการที่บอกว่าเราสามารถไปร่วมร้องเพลงกับวงดนตรีของพวกเขาได้ ทำให้เราตัดสินใจได้ไม่ยากนัก

เรานั่งฟังเพลงไปสักพัก ก็มีพี่นักดนตรี ถามว่าจะฟังเพลงไร เรานึกไม่ออก จนคิดไปคิดมาก็ยังนึกไม่ออก จึงบอกว่า ให้เพื่อนหนูร้องได้ปะ เพื่อนหนูร้องเพลงเพราะ ว่าแล้ว เพื่อนก็ไม่เขินอาย รีบไป join พี่ๆเขา บอกเลย เพลงเดียวไม่พออย่าให้เพื่อนกูขึ้น ฮ่าๆ

ทริปนี้ขอจบลงที่ภาพนี้ภาพสุดท้ายนะ
ทริปนี้ขอจบลงที่ภาพนี้ภาพสุดท้ายนะ

เสียงดนตรียังคงขับกล่อมบาร์นั้นต่อไปจนดึกดื่น ต่างคนต่างสนุก ฉันได้เพื่อนใหม่ ได้พี่ที่รู้จักที่อยากชวนฉันไปทำงานที่นั้น ได้ร้องเพลงกับ the banana band ที่มอบเสียงหัวเราะให้ทุกคนในบาร์อย่างไม่ขาดสาย คืนนั้นเป็นคืนที่ดีคืนหนึ่ง ทริปนั้นเป็นทริปที่ฉันลืมไม่ลง เพราะรู้สึกเหมือนจิตใจอยากมาอยู่เกาะซะแล้ว

ที่นี่ไม่มีอะไรมาก ผู้คนไม่ผูกเนคไท หรือใส่รองเท้าส้นสูง ไม่ขึ้นรถไฟฟ้า ไม่ต้องกิน after you หรือ Starbucks ไม่ต้องใช้ชีวิตป๊อบ แต่ความสุขจากทะเล ชาวบ้าน ธรรมชาติ มันมาเติมเต็มได้ง่ายๆ ชีวิตบนเกาะ ที่ไม่ต้องสร้างภาพหรือหรูหรา ฉันก็ได้แต่คิดว่า หากไม่มีอะไรทำแล้วในเมืองใหญ่ ฉันก็อยากมาอยู่เกาะ พี่ๆชวนทำงานโรงแรมกันให้ควั่ก อยู่ที่ฉันเองจะกล้าละสิ่งเหล่านั้นได้ไหม…

อย่างไรก็แล้วแต่ การเดินทางสอนฉันมากมาย สร้างความแข็งแรง ทำให้เราเป็นคนเต็มคน

ฉันหลงรักเกาะหลีเป๊ะมากที่สุด และจะกลับไปในไม่ช้า…

ขอบคุณการเดินทางที่ทำให้เราพานพบคนดีๆ และประสบการณ์ดีๆ

ขอบคุณที่ทำให้เราเลิกกลัวบางสิ่งบางอย่างไปได้

หวังว่าทุกคนจะมีความสุขกับการอ่านไม่มากก็น้อย ใครไปเที่ยวไหนก็อย่าลืมมาแชร์กันบ้างนะคะ happiness is fulfilled when shared. 🙂

Travel

Koh Yao Noi – เกาะยาวน้อย

IMG_9855

ช่วงนี้หลายคนคงมีช่วงวันหยุดยาวกัน และอาจยังคงหาสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจกันอยู่ วันนี้จะนำเสนอ เกาะยาวน้อย ซึ่งตั้งอยู่ใน อ. เกาะยาว จ. พังงา เกาะยาวน้อยยังไม่เป็นที่รู้จักมากในหมู่นักท่องเที่ยว และบนเกาะยาวน้อยนั้นก็ยังมีนักท่องเที่ยวไม่หนาตามากนักหากเปรียบเทียบกับเกาะอื่นๆ ในภาคใต้ เกสท์เฮ้าส์และเรือนพักมากมายกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่ฉันเองคาดว่า คงไม่นานแล้วแหละ ที่เกาะแห่งนี้คงจะหมดความเป็นธรรมชาติไปไม่มากก็น้อย นอกจากนี้ ชาวถิ่นที่อาศัยอยู่บนเกาะนั้นเป็นชาวมุสลิมส่วนใหญ่ ดังนั้นการไปเที่ยวครั้งนี้ ก็ไม่ควรมีแอลกอฮอล์ติดไม้ติดมือไป ควรจะเป็นการพักผ่อนที่สงบและผ่อนคลายอย่างแท้จริง  (7-11 บนเกาะก็ไม่จำหน่ายแอลกอฮอล์นะจ๊ะ)

ฉันเดินทางไปเกาะยาวน้อยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งตอนแรกคิดกับเพื่อนๆ ว่าจะไปเกาะพีพี แต่เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่แพง และร้อยพันเหตุผลที่เพื่อนฉันไม่อยากไปเกาะพีพี เราคงเลือกเกาะยาวน้อย ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่าง กระบี่ พังงา และภูเก็ต เดินทางจากที่ไหนก็สะดวกทั้งสิ้น

Clip-1

ฉันเดินทางไปจากจังหวัดกระบี่ โดยที่ต้องไปขึ้นเรือที่ท่าเรือท่าเลน (โดยมีรถสองแถวออกจากบ้านตลาดเก่า อำเภอเมืองกระบี่ ไปยังท่าเรือท่าเลน จอดที่ท่าเขา ราคา 60 บาท แต่วันนั้นเราพลาดท่าเลยต้องเหมาแท็กซี่ไป 600 บาท เพราะเขาบอกเราว่าไม่มีสองแถวแล้ว แต่พอเราออกมาเห็นสองแถวจอดอยู่ตำตา ถึงเป็นคนใต้ก็มั่วนะจ้ะ คนกระบี่ยังไม่รู้เลยอะ ฮ่าๆ)

ท่าเรือไกลพอสมควร แต่ระหว่างทาง เราผ่านขุนเขาที่สวยงามผงาดมากมายทำให้ยังคงทึ่งในสิ่งธรรมชาติมอบให้ จากขุนเขาเริ่มมาสู่ป่าชายเลนทำให้เรารู้แล้วว่าท่าเรือนั่นอยู่ไม่ไกลออกไปจากที่นี่แล้ว

เราได้เรือรอบบ่าย 2 โดยเป็นเรือหางยาว ราคาค่าโดยสาร 120 บาท ถ้าเป็นเรือสปีดโบ๊ทก็จะเป็น 200 บาท การเดินทางไปเกาะยาวน้อยก็ประมาณ 30 – 40 นาทีแต่ถือเป็นการเดินทางที่ไม่น่าเบื่อหน่าย เนื่องจากทะเลและเกาะต่างๆ มากมายที่สวยงามระหว่างทาง ทำให้เราละสายตาจากธรรมชาติเหล่านั้นไม่ได้เลย

IMG_9744

IMG_9745

pik-cece

ไม่นานนักเราก็มาถึงท่าเรือมาเนาะ ที่เกาะยาวน้อยแห่งนี้ โดยที่เราจะนั่งสองแถวเข้าไปในตัวเกาะ หรือ จะเช่ารถมอไซต์จากแถวท่าเรือเลยก็ได้ แต่เราไม่แน่ใจในราคาอยากดูหลายๆ ร้านเลยเหมาสองแถวไปในเกาะคนละ 50 แพงอยู่เหมือนกันนะเข้าไปแค่ 3 -4 กิโลเอง

มาเที่ยวที่เกาะยาวน้อยนี่เราจำเป็นต้องเช่ามอไซต์ในการเดินทางเพราะเกาะแห่งนี้ไม่น้อยอย่างชื่อ แล้วก็จะขับรถเที่ยวรอบเกาะก็ปาไปหลายกิโลเหมือนกัน มอไซต์จึงดีที่สุด เราได้มอไซต์แบบออโตเมติกราคา 200 บาท/วัน  เราได้ที่พักที่ “น้ำตกบังกะโล” 500 บาท/คืน  นอนกันสามคน ถือว่าไม่แพงมาก ที่พักไม่หรูหรามาก แต่เราเอาที่นอนได้ก็พอ  พวกเราก็รีบเปลี่ยนชุดเพื่อไปเดินเล่นแถวชายหาด เพราะมันเริ่มเย็นแล้ว น้ำก็เริ่มลดระดับลงแล้ว

IMG_9748

IMG_9752

my friend's back. she was accidentally on the shot.
my friend’s back. she was accidentally on the shot.

IMG_9751

เราเล่นน้ำกันอยู่พักใหญ่ และเดินเล่นตามหาดทราย ชมกุ้ง หอย ปู ปลา ถือว่าเป็นเวลาที่ดี ที่ได้พักผ่อนทีเดียวเชียวละ

koh yao noi

koh yao noi1

jump
Thanks to Cece&Paul for these pics.

หลังจากที่เราเล่นกันแถวชายหาดอย่างอิ่มหนำ เราก็ตัดสินใจเดินกลับ ตอนพระอาทิตย์ตกดิน เพราะน้ำคงจะขึ้นในอีกไม่ช้า เราไปนั่งพักผ่อนและชมพระอาทิตย์ตกกันแถวๆ ชายหาดใกล้ๆ โรงแรม ได้บรรยากาศไปอีกแบบ แต่เนื้อตัวเปียกปอนจนหนาวเหน็บ

IMG_9754

IMG_9756

IMG_9765

เรารีบกลับโรงแรมไปเปลี่ยนชุด และหาอาหารค่ำทานในคืนวันนั้น เราตกลงปลงใจกันที่ร้านอาหารอิตาเลียนที่แสนสะดุดตาร้านหนึ่งบนเกาะยาวน้อย เพราะเราขับรถมอไซต์ผ่านไปมาหลายเที่ยว เลยคิดว่าพิซซ่าและพาสต้าคงทำให้เราอิ่มเอมได้ ฉันจำชื่อร้านไม่ได้จริงๆ เพราะไม่ได้คิดว่าจะเอามาเขียน และไม่ได้ถ่ายรูปอาหารมาด้วย แต่หากว่าเพื่อนๆ ไปเกาะยาวน้อย ร้านอาหารอิตาเลียนนั้นจะสะดุดตาไม่น้อย และพิซซ่าของเขาก็อร่อยจริงๆ ค่ะ พวกเราอิ่มเอมกับมื้อค่ำ แล้วจึงไปหาร้านนั่งชิล กินลม กินบรรยากาศ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ เราไปบาร์ที่เป็นเรกเก้บาร์ มีเรือไปเกยอยู่บนบาร์ ทุกคนก็คงสะดุดตาหากได้ไปเที่ยว เพราะฉันจำชื่อไม่ได้จริงๆ ฮ่าๆ แต่เพลงเรกเก้เขามันส์นะ ขอบอก คืนนั้นเราขี่มอไซต์ไปตามหา 7-11 ซึ่งห่างจากแถวโรงแรมประมาณ 6-7 กิโล ไกลมากๆ ทำเอาไม่อยากกินมันแล้วขนม น้ำ แต่ก็ถือว่าเป็นการขับรถชมวิว ชมทะเล ชมคลื่นแรงๆ แบบได้ปลดปล่อยในเวลากลางคืนที่สนุกอีกคืนหนึ่งเลยละ

ตกดึกๆ เราไปนั่งเล่นแถวชายหาด นอนเปล กินลม ชมวิว คลื่นแรงมาก น้ำขึ้นมามากจนจำแทบไม่ได้ว่าเมื่อเย็นชายหาดเป็นอย่างไร เรากินขนม นอนเล่น พูดคุย และ slacklining กันไปตามประสาวัยรุ่น มองดูพระจันทร์ที่เกือบจะเต็มดวงอย่างสงบ ณ ที่แห่งนั้น มันไม่มีเสียงอะไรเลย นอกจากเสียงคลื่นกระทบกันแล้วเสียงพูดคุยของพวกเรา ฉันสนุกมากเลยละในคืนวันนั้น 🙂

 ———————————————

เราตื่นเช้าขึ้นมาและขับมอเตอร์ไซต์ไปหาข้าวเช้าทานกัน แถวหาดที่ไกลออกไปจากโรงแรมเรา เกาะยาวน้อยนี่มีหลายหาดให้ชม เรามีมอเตอร์ไซต์จึงขับไปไหนมาไหนได้สะดวก

morning!
morning!

IMG_9784

เที่ยงๆ เราไปหาที่นั่งอาบแดด นั่งเล่น และหาที่เล่น slacklining กัน หลายๆ หาด เริ่มมีคนมาจับจองแต่เช้า เราจึงหาที่เงียบๆ ที่เราได้เล่นและชิลกันในหมู่เพื่อนฝูง

IMG_9813

IMG_9815

หลังจากนั่งเล่นไปได้สักพัก ฉันก็มีความคิดอยากจะพายเรือคายัคขึ้นมา ชีวิตนี้ไม่เคยพายมาก่อน และก็ว่ายน้ำไม่เป็นเสียด้วย แต่เห็นเพื่อนอีกคนนั่งอยู่เฉยๆ ก็เลยออกปากชวน (ตอนชวนนี่คิดแล้ว เพราะเขาว่ายน้ำเป็น) ฉันชวน เพื่อนฉันก็ตกลงทันที จึงเดินไปเช่าเรือคายัค ป้าบอก 300 ทั้งวัน ฉันก็จ่ายเงินเลย ป้าบอกไม่มีชูชีพนะ หมดแล้ว (เปรี้ยวไหมละ) และไปซื้อน้ำหนึ่งขวด 30 บาท ได้คายัคมาก็รีบทาครีมกันแดด พร้อมพายเรือ!

ฉันนั่งหน้า เพื่อนนั่งหลังแบบไม่มีชูชีพทั้งสองคน เพื่อนบอก ไม่ต้องกลัว “chill!, I got your back” (จ้ะ แทงยูนะ ดูหลังดีๆ นะ) ปลายทางเราคือ เกาะนอก จริงๆ ก็ไม่รู้ว่าชื่อเกาะอะไร แต่เป็นเกาะที่ใกล้ที่สุด ที่เราจะพายไปได้ เราพายไป พักไป เพราะฉันขอพักไปส่วนใหญ่ เหนื่อยมาก แต่สนุกดี พอหยุดพาย ก็เหมือนจะเมาเรือคายัค (ไหวไหมเนี่ยกู) ก็เลยบอกเพื่อนว่ากลับเหอะ ไม่ไหวละ เพื่อนบอกว่ามาได้ครึ่งทางแล้วอีกนิดนะ เพื่อนบอกเราแข็งแรงพอสมควรเลยได้พายมาได้ขนาดนี้ ขณะที่พายไป กลัวไป ฉันก็รู้สึกว่า เห้ยอยู่บน    คายัคนี่แม่งก็เท่นะ กลางทะเลแบบไม่มีชูชีพ ว่ายน้ำก็ไม่เป็น แล้วคืออารมณ์ได้ ทุกอย่างได้ รู้สึกมีอิสระเต็มที่ทุกอย่าง มันเป็นอย่างนี้เองสินะ ถ้าว่ายน้ำเป็นนี่กระโดดลงทะเลไปละ กว่าจะก้าวข้ามความกลัวมาได้ทำเอาฉี่เกือบราด เพื่อนก็บอก ว่าเราใช้ได้เลย “your first time in the open sea” ไม่เปรี้ยวไม่สู้นะ พูดเลย

เราใช้เวลา 30 นาที ถึงอีกเกาะอย่างปลอดภัยขอบอกว่า น้ำที่นี่ใสมาก ใสแบบเห็นทุกอย่าง ปลาว่ายไปมาหน้าตาน่ารัก น้ำใสแจ๋ว เราเล่นน้ำ เพื่อนว่ายน้ำเล่น คุ้มค่าแก่การพายคายัคมาจริงๆ เกาะนี่เล็กมาก มีเรือท่องเที่ยวแค่สองลำที่ปล่อยนักท่องเที่ยวไม่ถึง 10 คนมาเที่ยวกัน มีเต้นท์สองเต้นท์ กะว่าเขาคงตั้งแคมป์กันข้ามคืน มีจุดชมวิวข้างบน แต่คาดว่าเราไม่ทันได้ไปดู อย่างที่บอกว่าจ่ายเงินค่าคายัคแล้วมาเลย จึงไม่มีกล้องถ่ายรูปหรืออะไรมาทั้งสิ้น แต่เห็นด้วยตาก็เต็มอิ่มแล้วละ เราพายเรือกลับกันในเวลาเท่าเดิม แต่ฉันเริ่มเหนื่อยๆ แต่น้ำนิ่งสงบๆ พายไม่ยากอย่างที่คิดในตอนขากลับ มาถึงเกาะยาวน้อยโดยปลอดภัย ฉันรู้สึกเหมือนทำอะไรสำเร็จสักอย่างในชีวิต ก้าวผ่านความกลัวของคนว่ายน้ำไม่เป็น ด้วยการไปพายเรือคายัค ออกทะเลเป็นครั้งแรก ครั้งต่อไปก็จะง่ายขึ้นแล้วละ ขอบคุณเพื่อนร่วมทางที่คอยบอก คอยให้กำลังใจ เข้าใจแล้วละว่าทำไมคนเราถึงชอบแอดเวนเจอร์ 🙂

เย็นนี้ต้องบอกลาเกาะยาวน้อย เพราะจะเข้าเมืองกระบี่ ดีใจจริงๆ ที่ได้มาพักผ่อน แล้วทลายกำแพงแห่งความกลัวอย่างหนึ่งได้สำเร็จ

ขอบคุณการเดินทางเสมอ…

bye byeee
bye byeee
i like this shot.
I like this shot.
Travel

More Than Travel.

In the park after checking out from the hostel, we relaxed a bit before carry on moving forward for lunch.
In the park after checking out from the hostel, we relaxed a bit before moving for lunch.

ก่อนที่จะบอกลาจาก เชสกี้ ครุมลอฟ พวกเราเดินหา Pizzaria Latran  ที่ Lubos แนะนำมาว่าอาหารอิตาเลียนอร่อยเหาะ บรรยากาศในร้านเงียบสงบ พวกเราสั่งพิซซ่าและสปาเก็ตตี้มาแชร์กัน อาหารแต่ละจานอร่อยสมชื่อ ไม่เสียเที่ยวจริงๆ

pasta ของเรา penne arabiatta
pasta ของเรา penne arabiatta

หลังอาหารเที่ยง เราไปหาคาเฟ่เล็ก ๆ นั่งรอเวลาและนั่งพักผ่อนหย่อนใจ เราเจอร้านหนึ่ง ที่ตกแต่งร้านได้สวยงามแปลกตา จึงตกลงปลงใจนั่งที่นี่ พร้อมสั่งเครื่องดื่มและเค้กมาทานกัน บรรยากาศเป็นใจชวนให้เคลิ้มหลับอยู่ตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตามพอบ่ายสองกว่าๆ เราก็ต้องรีบจ้ำอ้าวไปสถานีรถบัสแล้ววววววว

เค้กหน้าตาน่าทาน แต่รสชาติไม่ไหวค่ะ
เค้กหน้าตาน่าทาน แต่รสชาติไม่ไหวค่ะ
บรรยากาศภายในคาเฟ่ ข้างนอกร้อนตับแตก นึกว่าอยู่เมืองไทย
บรรยากาศภายในคาเฟ่ ข้างนอกร้อนตับแตก นึกว่าอยู่เมืองไทย

พวกเรานั่งรอสักพัก รถบัสไปปรากก็มาเทียบท่า ในรถมี wifi ให้บริการ ประเทศนี้คือไฮโซมากนะ เรื่องนี้ทำพี่ไทยเราแพ้ไปเลย ฉันเล่นเน็ตบ้าง หลับบ้าง มองวิวข้างทางบ้าง เพราะหลับไม่ค่อยลงเนื่องจากวิวสองข้างทางสวยงามเหลือหลาย แม้จะเป็นเวลาที่ร้อนมากก็ตามเนื่องจากเป็นฤดูใบไม้ผลิ นั่งรถเพลินๆ หกโมงเย็นพวกเราก็มาถึงปราก เมืองใหญ่อีกเมืองที่ฉันหลงรัก คราวนี้พวกเราหาตู้ซื้อตั๋วรถรางได้  จึงไปรอรถรางเพื่อที่จะกลับโฮสเทล มาถึงโฮสเทลก็เช็คอินอีกรอบบวกกับต้องขนกระเป๋าขนของอีกรอบ กลับไปเมืองไทยคราวนี้ฉันคงมีแรงเพิ่มขึ้นเยอะเลยล่ะ ขอบคุณการเดินทาง

ฉันอยากจะไปหา Lubos อีกครั้ง แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ไม่เป็นใจ ทำให้ต้องนั่งอยู่ในเรือนพักอย่างเหงาๆ ฉันเลยประชดชีวิตด้วยการกินมาม่า (อีกแล้ว)  เย็นนี้เพื่อนฉันไม่อยากออกไปไหน เนื่องจากความเหนื่อยล้า ฉันจึงฉายเดี่ยวตลอดเย็น ฉันกินมาม่าไป คุยกับผู้ชายมาเลย์คนหนึ่งไป เขามาเที่ยวยุโรปคนเดียวเป็นเวลาสามเดือนแล้ว  เราเริ่มคุยกันถูกคอ เขาก็เลยชวนฉันไปกินเบียร์ ฉันก็ใจง่าย ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะในใจคิดอยู่อย่างเดียวว่า “Just live your life”

ฉันบอกให้เขารอในระหว่างที่ฉันเข้าไปเปลี่ยนชุด อาการไข้แดดของฉันยังไม่ดีขึ้นหรอก แต่ฉันมันดื้อ เลยถือโอกาสนี้ไปเดินเล่นบนสะพานชาร์ลล์ยามค่ำคืนด้วยเลย ทุกอย่างเลยลงตัวมาก ฉันกับ Lance (เพื่อนชาวมาเลย์) ออกจากโฮสเทลตอนประมาณสองทุ่มกว่าๆ เดินชมเมืองปรากยามค่ำคืน ฉันชอบที่นี่ยามค่ำคืนจริง ๆ บรรยากาศช่างเป็นกันเอง ฉันปล่อยใจไปกับเมืองใหญ่เมืองนี้ ปรากไม่เคยหยิ่งในความรู้สึกของฉัน ช่างเป็นความรู้สึกที่สบายใจและรู้สึกเหมือนบ้านอย่างไรชอบกล ขอออกตัวว่าออกไปเดินเล่นคืนนี้ไม่ได้เอากล้องออกไป ก็เลยจะยืมรูปมาจากพี่กูเกิ้ลและอัลบั้มเพื่อนอีกสองสามรูป รันทดชริงๆ

Prague at night looks like this. Cr: Google
Prague at night looks like this.
Cr: Google
Beers with a friend. Banana beer, cherry beer and dark beer.
Beers with a friend. Banana beer, cherry beer and dark beer. Thanks Lance for the photos.

เราเดินหาร้านเบียร์ที่แลนซ์บอกว่ามีเบียร์หลากรสให้เลือก เราเดินไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงร้าน Pivovarsky klub ฉันไม่รังเกียจการเดินเท้า เพราะมันสนุกและผ่อนคลาย บวกกับได้ดู บ้านชาวเช็กและร้านรวงไปเรื่อยๆ ไปถึงร้านฉันก็สั่งเบียร์กล้วยมาดื่ม รสชาติดีมากๆ แลนซ์สั่งเบียร์เชอร์รี่และดาร์คเบียร์มา เบียร์ที่นี่รสชาติดีมาก การสนทนาถูกคอ จะมีอะไรดีกว่านี้ในค่ำคืนสุดท้ายที่ปรากแห่งนี้ ฉันว่าคงไม่มีแล้ว พวกเราทั้งสองออกจากร้านแล้วเดินเรื่อยๆ ชิลล์ๆ ไปยังสะพานชาร์ลล์ พวกเราเดินผ่านจัตุรัสเมืองเก่าที่เกือบร้างผู้คน และไม่นานนักฉันก็มายลโฉมสะพานชาร์ลล์ที่รักยามเที่ยงคืน

Charles Bridge around late at night. Cr: Goodle
Charles Bridge around late at night.
Cr: Goodle
Vltava from Charles Bridge. A Prague at night photo from my friend, Lance.
Vltava from Charles Bridge. A Prague at night photo from my friend, Lance.

ชาร์ลล์ในยามนั้นดูเงียบเหงา หากแต่อบอุ่นและน่าเกรงขาม ฉันมาเยี่ยมชาร์ลล์เกือบทุกเวลา ขาดก็แต่ช่วงเช้าตรู่ นี่เป็นครั้งแรกแต่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายในปรากของฉัน ฉันเชื่ออย่างนั้นว่าฉันจะกลับมาอีก ฉันอยู่บนสะพานชาร์ลล์ วัยรุ่นปรากเดินผ่านไปมาโหวกเหวกโวยวาย หากแต่ฉันรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก ชีวิตกลางคืนของพวกเขาเพิ่งเริ่มขึ้น ฉันมองวัลตาวาและซึมซับความรู้สึกที่ดีที่ฉันได้รับ เราทั้งสองต่างไม่เอ่ยอะไรมาก จนฉันเต็มอิ่มกับบรรยากาศรอบข้างเราก็เริ่มคุยกัน ฉันบอกเขาว่าฉันอยากเป็นนักเขียนหนังสือเดินทางเพราะฉันชอบเดินทาง เขาบอกว่าเป็นความคิดที่ดีและขอให้ทุกอย่างสำเร็จตามที่ฉันตั้งใจ เขาบอกกับฉันว่าเขาเพิ่งเรียนจบ ทำงาน แต่ลาออกจากงานเพราะอยากออกเที่ยว เขามีพี่ชายสองคนที่มีงานดีๆทำ และเขาเป็นลูกชายคนเล็กที่ได้รับความกดดันจากพ่อแม่เสมอ เขาเลยอยากออกเดินทาง เขาสะสมเงินจากการทำงานหนักและปลดปล่อยมันทีเดียวในระยะเวลาสามเดือน ฉันเริ่มเข้าใจความรู้สึกเขาทีละน้อยถึงแม้ไม่ได้รู้จักมักคุ้นมานานนม  แต่ฉันเข้าใจความรู้สึกเขาได้ เราซึ่งแตกต่างกัน ฉันมาจากที่หนึ่ง เขาก็มาจากอีกทีหนึ่ง เวลาที่เรามองหน้าใครสักคนโดยที่เราไม่รู้เบื้องหลังของเขา ฉันแนะนำว่าเราไม่ควรไปตัดสิน เพราะเราไม่รู้ว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง และเราก็ไม่ได้ดีพอที่จะเอาบรรทัดฐานของเราไปวัดใครได้เลย ฉันมาท่องเที่ยว ฉันได้เปิดโลกใหม่ของฉัน ฉันได้ประสบการณ์ที่ฉันรู้ว่าฉันได้รับ แต่ทุกคนอาจไม่เห็น ฉันเรียนรู้อะไรหลายอย่างจากการเดินทางของฉัน อย่างที่ฉันเคยได้ยินจากคำพูดนึงของนักเขียนคนหนึ่ง “การเดินทางทำให้เรารู้จักโลกมากกว่าที่คิด รู้จักตัวเองมากกว่าที่ควร”  ฉันดีใจจัง…ที่ฉันออกเดินทาง

หลังจากชมสะพานชาร์ลล์อย่างเต็มอิ่ม ฉันต้องบอกลาสะพานแห่งนี้ ฉันบอกลาอย่างช้าๆ เพราะฉันไม่อยากจากที่นี่ไปเลย ฉันได้แต่เก็บภาพความทรงจำครั้งนี้เอาไว้ และพยายามหาโอกาสครั้งต่อไป เพื่อมายืน ณ ที่เดิมนี้ให้ได้อีกครั้ง ฉันรักเธอนะ สะพานชาร์ลล์

พวกเราเดินกลับโฮสเทลตอนประมาณตีหนึ่งกว่าๆ และอากาศก็เย็นลงเรื่อยๆ ฉันกระชับเสื้อกันหนาว เขาเอ่ยขึ้นมาว่า “เอาเสื้อผมไหม” ฉันก็ตอบไปว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก” คุณรู้หรือยัง ว่าทำไมฉันถึงจำเพื่อนที่ฉันเจอระหว่างการเดินทางของฉันได้ทั้งหมด? เพราะพวกเขาดีกับฉันเหมือนกับว่าเราเป็นเพื่อนกันมานานแรมปีไงล่ะ 

ขอบคุณการเดินทางที่สอนฉันหลายๆอย่าง และฉันจะไม่ลืมบุญคืน ยังคงจะออกเดินต่อไป ตราบเท่าที่ฉันยังมีแรง…

Travel

Český Krumlov : The Pearl of South Bohemia

วันรุ่งขึ้นฉันตื่นเช้ามาด้วยอาการที่ดีขึ้นเล็กน้อย วันนี้เราทั้งสองจะต้องเดินทางไปตอนใต้ของประเทศเช็กไปยังแคว้นโบฮีเมีย โดยที่เดินทางไปยังเมือง Cesky Krumlov เมืองในเทพนิยายปรัมปรากรีก และขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนไข่มุกแห่งโบฮีเมียและเมืองมรดกโลกขององค์การยูเนสโก 1992 แม่น้ำวัลตาวาจากกรุงปรากก็ไหลมาถึงเมืองเชสกี้ครุมลอฟเหมือนกัน แต่วัลวาตาที่นี่ไหลเป็นลำธารเล็กๆ คดเคี้ยวไปมาเหมือนรูปตัว S ทำให้ภูมิทัศน์ของตัวเมืองนี้ดูราวกับหยดน้ำที่กำลังจากร่วงหล่นจากบัว

Our next destination is the South Bohemia, to a cute little city called “Cesky Krumlov”. This city is regarded as one of the UNESCO world heritages since 1992. Even though this city is in the south, Vltava flows from Prague through the heart of Cesky Krumlov, yet the tiny difference is that Vltava narrows into the little canal there. I felt better because we were so thrilled to visit Cesky Krumlov.

DSC01496

20 นาทีหลังจากออกจากโฮสเทล เราได้มานั่งอยู่บนรถบัสของ Student Agency เพื่อไปยังเชสกี้ครุมลอฟ เมืองเล็ก น่ารักในแคว้นโบฮีเมีย ฉันได้นั่งข้างคนไทย แต่ด้วยความที่เธอพูดเยอะ และซักถามมาก ฉันเลยแกล้งหลับ ฮ่าๆ รถโยกไปโยกมาไม่นาน ประมาณ 3 ชม. บวกได้ดูวิวข้างทางนิดหน่อย รถบัสก็มาจอดเกยตรงปากทางเข้าเมืองเล็กน่ารักน่าชังแห่งนี้

ถึงครุมลอฟแล้วฉันและเพื่อนก็เดินหาโฮสเทลที่เราทั้งสองได้จองผ่าน Hostelworld  ไว้ เราจะพักที่ Krumlov House Hostel ที่เจ้าของคือครอบครัวอเมริกัน   เดินตามแผนที่ที่เขาบอก ไม่นานก็พบตัวเองอยู่หน้าโฮสเทลแล้ว พวกเราเช็คอินและจ่ายค่าห้องที่เหลือ เก็บกระเป๋าเสร็จแล้ว ฉันกับเพื่อนก็ไม่รอช้า ตัดสินใจไปเดินเล่นในเมือง วันนี้เราตั้งใจจะไปหาอาหารพื้นเมืองเช็กทานกัน เนื่องจากอยู่เช็กมาสามวัน อาหารเช็กยังไม่ตกถึงกระเพาะของเราทั้งสองเลย เจ้าของโฮสเทลเลยแนะนำร้านน่านั่งให้เรา กล่าวขอบคุณแล้วก็ออกเดินทางโลด

We took a bus ‘Student Agency’ to Cesky Krumlov and how lucky I was to get to sit next to a Thai person who is not my friend. She is a tour guide working in Phuket, she said she had a seminar overseas (which is great, right?). She talked a lot, so I pretended to be sleeping. Lol

3 hours ran by fast, we found ourselves at Cesky Krumlov gate and we walked a bit into the inside town looking for our hostel we booked with Hostelworld. “Krumlov House Hostel” was a place that we would be staying tonight. Just checked in and put our bags in, we quickly ran out of hostel in search of Czech food for lunch!

our beds for tonight!
our beds for tonight!
Shared kitchen.
Shared kitchen.

เราเดินผ่านจัตุรัสสโวร์โนสติ (Svornosti Square) โดยที่นี่มีเสาศิลาและน้ำพุกลางจัตุรัสชื่อว่า Marian Plague Column หรือในภาษาเช็กคือ Mariánský morový sloup ซึ่งสร้างในปี 1716 โดย Matej Václav Jäckel

ฉันมองเผินๆ เมืองมรดกโลกแห่งนี้เล็กมาก แต่น่ารัก จิ้มลิ้มอย่างที่นักเดินทางว่ากันไว้  ณ เวลานั้นเองฉันยังไม่ได้ชื่นชมความสวยงามของเมืองมากมายนัก เนื่องจากสังขารจะไม่ให้ความร่วมมืออยู่แล้ว เพราะเราหิวกันสุดๆ หลังจากเดินหาร้านในตรอกซอกซอยตามแผนที่ที่เจ้าของโฮสเทลให้มา สุดท้ายเราก็เจอร้านพื้นเมืองนี่เสียที (เกือบประชดชีวิตด้วยการไม่กงไม่กินมันแล้ว)

Our hostel is quite at the edge of this world heritage town, so we needed to walk down the hill to get into the town, we walked past the famous Svornosti Square. There is a Baroque Plague Marian Column at Svornosti Square, surrounded by stone six-angled fountain, was erected during 1714 – 1716 for the memory of the plague epidemic that struck the town Cesky Krumlov during 1680 – 1682.  Statuary of the column decoration shows mainly sculptures of anti-plague patrons (Catholic Saints) and town protectors. Statues of St. Václav, St. Vitus, St. John the Evangelist, St. Juda Thaddeus in the upper row, and St. Francis Xavier, St. Sebastian, St. Caetan and St. Rocchus in the lower row are the masterpieces of a Prague sculptor Matej Václav Jäckel, as well as a sculpture of Virgin Mary situated on top of the column. (Cr. : http://www.waymarking.com)

DSC01500

DSC01501

เข้าไปถึงในร้าน เราจึงเดินไปข้างในไปนั่งยังโต๊ะเล็กๆ น่ารักที่ให้แขกได้ชิมอาหารพื้นเมืองและลิ้มรสของแม่น้ำวัลตาวาที่ไหลเอื่อยมาไกลจากกรุงปราก วัลตาวาที่นี่ดูใสสะอาดกว่าที่ปราก เห็นบรรยากาศรอบข้างอาการโมโหหิวจึงลดลง พวกเราสั่งไก่อบยุ่ยในแบบเช็กพร้อมกับสลัดและมันฝรั่ง

ระหว่างที่นั่งรอเราก็เพลิดเพลินกับบรรยากาศรอบข้างเป็นอย่างยิ่ง รอไม่นานนักอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ  ได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองของเราก็บอกได้ว่ามันอร่อยดี เพียงแต่มันค่อนข้างจะมันและเลี่ยนไปหน่อย หากทานทุกวันฉันเกรงว่าเส้นเลือดอาจจะอุดตันได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วถือว่าอาหารรสชาติไม่เลว สามารถทำให้กะเหรี่ยงไทยสองคนอิ่มท้องได้สบายๆการนั่งอ้อยอิ่งชมแม่น้ำวัลตาวาสายเล็กๆ ทำให้เราทั้งสองอิ่มอกอิ่มใจและพร้อมที่จะเดินชมเมืองกันแล้ว

After we had been looking for the well-known restaurant for the great Czech food, the restaurant appeared on the left side of a small alley. We walked inside and found ourselves a nice table by the Vltava canal. Everything is perfect despite us being starving. The atmosphere, the canal, the slow lifestyle …everything is just perfect so far.

We ordered some local food that I didn’t remember the name. It tasted good but I would say it was a little greasy. Still you shouldn’t miss it when you come to the South Bohemia.

หน้าตาน่ากินไหม?
หน้าตาน่ากินไหม?

ฉันและเพื่อนเดินชมเมืองเล็กๆ น่ารักนี้อย่างเพลิดเพลินและไม่รู้สึกเหนื่อยล้า ฉันพลางคิดในใจหากได้มากับคนรักแล้ว คาดว่ากระแสน้ำตาลในเส้นเลือดคงเพิ่มสูงขึ้นมากทีเดียว แต่ถึงมากับมิตรสหายก็ไม่ได้ทำให้ความสวยงามของเมืองลดลงแม้แต่น้อย เมืองนี้ประกอบไปด้วยร้านรวงน่ารักๆ สองฟากฝั่งและคาเฟ่น่านั่งเต็มสองข้างทาง นักท่องเที่ยวก็นั่งจิบกาแฟใต้แสงแดดอันอบอุ่นยามบ่ายอย่างไม่ปริปาก ทุกคนต่างก็พอใจในอิริยาบถของตน  อีกทั้งยังมีปราสาทครุมลอฟอันสง่างามที่เป็นเหมือนเกราะป้องกันเมืองอยู่กรายๆ เมืองนี้มีครบทุกอย่าง ขาดก็แต่ …คนมาทำซึ้งด้วย ฮ่าๆ    อีกอย่างที่ขาดไม่ได้ ถึงจะเป็นเมืองเล็กแต่ก็มีร้านรองเท้าบาจานะจ๊ะ เพราะต้นกำเนิดของบาจานั้นมาจากประเทศเช็กนั่นเอง ถือว่ามีบาจาทุกหัวมุมถนนของประเทศนี้เลยก็ว่าได้

We were ready to explore after lunch. This town is so chill and relaxing and so everyone seems to live life slowly, even the tourists, they don’t seem to get to many touristic spot hurriedly but just let themselves go with flow, and so did we.

This would be much more of a romantic city if you come with your special one, but coming with a friend doesn’t lessen its beauty. There are a bunch of cute and cozy cafes along sides of the streets in Cesky Krumlov. Most people had some coffee and enjoyed the warmth of afternoon sun. Life can be as simple as that.

Krumlov Castle is very elegant and attractive observing from here, so we decided to walk up there to see what the castle has to offer.

DSC01516

ปราสาทครุมลอฟไกลๆ
ปราสาทครุมลอฟไกลๆ
ร้านอาหารที่มีร่มขาวๆ คือที่เราทานอาหารเที่ยงกัน
ร้านอาหารที่มีร่มขาวๆ คือที่เราทานอาหารเที่ยงกัน
อีกฝั่งของสะพาน
อีกฝั่งของสะพาน
ที่เชสกี้ครุมลอฟ ก็มีนักบุญคนนี้นะ ดังมากๆ เลยทีเดียว เซนต์นาโปมุก
ที่เชสกี้ครุมลอฟ ก็มีนักบุญคนนี้นะ ดังมากๆ เลยทีเดียว เซนต์นาโปมุก
บาจา everywhere!
บาจา everywhere!
ร้านรวงน่ารักๆ สองข้างทาง
ร้านรวงน่ารักๆ สองข้างทาง

ฉันกับเพื่อนเดินต่อไปเพื่อไปชมปราสาทครุมลอฟและ Castle garden  เดินเท้าที่เช็กนี้เหนื่อยดีเหมือนกันนะ เพราะเมืองเป็นเนินเกือบทั้งเมือง ทำเอาร่างกายแทบค้านในบางช่วง  พูดถึงปราสาทครุมลอฟนั้น ถือว่าใหญ่เป็นอันดับ 2 ของปราสาทในดินแดนเช็กรองจากปราสาทปราก โดยปัจจุบันเป็นที่เก็บรวบรวมเฟอร์นิเจอร์สไตล์พีเรียดของอังกฤษ สิ่งทอของชาวเฟลมมิช รวมถึงอาวุธทางประวัติศาสตร์และมีหอศิลป์ที่ประกอบไปด้วยภาพวาดมากมาย พวกเราเดินไปสักพัก ก็มีเสียงแว่วๆ มาแต่ไกลว่า

“แก ถ่ายรูปให้ฉันหน่อยดิ เออๆ มุมนั้นแหละ”

“เอาอีกๆ เรื่อยๆ เลย เอาท่านี้บ้าง”

คนไทยมาเที่ยวที่เช็กเยอะจริงๆ นะเนี่ย แต่เราต่างก็เพลิดเพลินกับมุมที่ตัวเองชอบไปเรื่อยๆ มองปราสาท  ครุมลอฟที่เหมือนจะเล็ก แต่ข้างในก็ใหญ่และมีพลังเหมือนกัน พวกเราไม่รีรอเดินไปจนถึงสวนในพระราชวัง เจ้าของโฮสเทลบอกว่าสวนที่นี่สวยมาก แต่ฉันคิดว่ามันไม่ได้สวยมากมายอย่างที่เราคาดคิดไว้ แต่อย่างน้อยครุมลอฟก็ประเคนอากาศสดชื่นให้เราถึงข้างบนนั้น ใครล่ะจะรังเกียจได้ลง

We went to Krumlov Castle and made it up to Castle Garden (which someone said it was so wonderful but we didn’t find it that wonderful, Thailand has a lot more of beautiful gardens, in my opinion).  Krumlov Castle is the most second largest castle in Czech Republic after Prague Castle, which now collects antique furniture of English periods, Flemish textile and ancient weapons.

I came across some Thai tourists but we decided to just enjoy our own world. I enjoyed mine, my friend enjoyed hers, we traveled without any talks, instead letting our minds flow and enjoy the present.

เข้าในบริเวณปราสาทแล้วววว                                                       เข้าในบริเวณปราสาทแล้วววว

DSC01540
พักเหนื่อยบ้างนะ
ทางเชื่อมปราสาท เราไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมากนัก แต่ได้เก็บภาพบริเวณรอบนอกไว้จำนวนหนึ่ง
ทางเชื่อมปราสาท เราไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมากนัก แต่ได้เก็บภาพบริเวณรอบนอกไว้จำนวนหนึ่ง

 

พวกเราเดินขึ้นเนิน ลงเนินตลอดเวลาเหมือนได้ออกกำลังกายไปในตัว ถือเป็นการท่องเที่ยวที่ปลอดโปร่งและได้พักใจอย่างไรบอกไม่ถูก แต่รู้ว่ามันทำให้ฉันมีความสุข ฉันกับเพื่อนไม่ได้คุยอะไรกันมาก หากแต่ต่างคนต่างรู้ว่าอะไรที่ทำให้เราได้พบความสุขของการเดินทางทริปนี้  จริงๆ ฉันดีใจมากที่เพื่อนไม่เคยออกปากบ่นกับการออกแบบการท่องเที่ยวของฉัน เพราะฉันไม่เข้าไปก้าวก่ายอิสระของเธอ และฉันก็รู้ว่าเธอก็ได้รับการปลดปล่อยจากทริปนี้และมีความสุขกับสิ่งที่ครุมลอฟมอบให้เธอเช่นกัน

We walked up and down the hill joyfully, every now and then we would run or race each other, doesn’t that sound fun? It was a healthy and fine trip for us as we were not in a rush to get to places, thus we had more time to enjoy everything bit by bit. When we were tired, we would sit and talk (or even take a short nap), that made this trip so relaxing and wonderful. Also, I was so delighted that my friend didn’t complain at all with my plans and she was even overwhelmed with the pleasure Cesky Krumlov gave to her. : ) I’m glad we both enjoyed it a lot!

 

เมืองเชสกี้ครุมลอฟจากปราสาทครุมลอฟ
เมืองเชสกี้ครุมลอฟจากปราสาทครุมลอฟ
มองมุมนี้ทำให้เมืองนี้เหมือนเมืองในเทพนิยายปรัมปรากรีกมากยิ่งขึ้น
มองมุมนี้ทำให้เมืองนี้เหมือนเมืองในเทพนิยายปรัมปรากรีกมากยิ่งขึ้น

DSC01554

DSC01558

Castle Garden
Castle Garden
Castle Garden
Castle Garden
when you're tired, take a nap!
when you’re tired, take a nap!

พวกเราเดินออกมาจากปราสาทก็เลยเดินหาขนมตร๊ะเดลนิคทานกัน วันนั้นที่ปรากยังคงประทับใจไม่หาย พวกเรายังอยากจะทานกันอีก ชิ่มไปบ่นไปเรื่อยๆ ฉันก็เดินเข้าร้านนู่น ผลุบออกร้านนี้ สุดท้ายก็ได้ผ้าพันคอสไตล์โบฮีเมียนมาปลอบใจสองผืน ดีใจมากเลยที่มาถึงถิ่นโบฮีเมียและได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้าน  ดีใจที่ได้อุดหนุนชาวเมืองครุมลอฟ

ซื้อของเสร็จฉันจึงชวนเพื่อนไปเดินรอบเมืองอีกรอบ (อย่างที่บอกว่าเมืองเล็กมาก เดินวันเดียวก็เกือบทั่ว) และไปนั่งชมปราสาทครุมลอฟใกล้ๆกับ แม่น้ำวัลตาวา ฉันเห็นวัยรุ่นครุมลอฟพาสุนัขมาเดินเล่นและเล่นน้ำ ช่างเป็นภาพที่น่ารักน่าชังเสียจริง  เมืองเล็กๆ ที่ไม่ต้องมีรูปโฉมหรือภาพลักษณ์มากมาย

Out from the castle, we looked for the local snack, Trdelnik. And we finally found it! We tried it in Prague once and the taste of it always makes us want more.

My friend and I still had time, then we decided to walk around the town one more time (the town is really small, you can just finish it within one day, even 2 times!). We stopped at a small park to chill and relax by the Vltava canal, the locals took their dogs out and let them play around, I was just so happy watching them.

Trdelnik time!
Trdelnik time!

DSC01592

DSC01596

ไม่นานนักพวกเราเดินกลับโฮสเทลเพื่อนอนเอาแรงสักงีบ เย็นนี้เรามีโปรแกรมจะไปดูพระอาทิตย์ตกดินกันที่เนินแห่งหนึ่งใกล้กับที่พัก ตื่นมาอีกทีเป็นเวลาหนึ่งทุ่ม (พระอาทิตย์ตกช้าสุดๆ)   เราออกจากที่พักและเดินตามแผนที่ที่โฮสเทลให้ไว้ไปเรื่อยๆ เดินไปก็เหมือนจะห่างไกลผู้คนและบ้านเรือนมากขึ้นทุกทีๆ บรรยากาศก็น่าสยองขวัญ แต่พวกเราก็ยังเดินต่อไป จนเห็นพระอาทิตย์ตกดินในมุมที่เหมาะสม พวกเราเลยหยุดชม ปล่อยใจไปตามลม ทอดอารมณ์ไปเรื่อยๆ พออากาศเริ่มเย็นลง ท้องฟ้าเริ่มมืดลง เพื่อนฉันเลยบอกว่ากลับเถอะ เพราะเธอรู้สึกถึงอะไรแปลกๆ ด้วยเหตุที่เราไม่คุ้นกับสถานที่ ฉันจึงเห็นด้วยกับที่เพื่อนพูดเป็นอย่างยิ่ง เพราะตรงนั้นมีแค่ฉันกับเพื่อนแค่สองคน ณ ที่โล่งกว้างบนเนินและมีบ้านเรือนอยู่ข้างล่างลงไปเกือบหนึ่งกิโลเมตร พูดแล้วก็หวิวๆ ชอบกล ตอนเดินขึ้นเนินลับๆ ไปในป่าไปดูลาดเลาก็มีบ้านร้างอีก น่ากลัวชะมัด

เรากลับมาถึงโฮสเทลเราทำอาหารทานกัน แล้วคุยกับเพื่อนๆ ในโฮสเทลบ้าง แต่เพื่อนๆที่นี่ไม่เป็นมิตรเท่าเพื่อนที่ปราก ฉันเลยไม่ประทับใจเท่าไหร่ ไม่นานนักเพื่อนๆ แยกย้ายกันไปนอน ฉันกับเพื่อนนึกครึ้มสี่ทุ่มแล้วเราเลยเดินไปหาเบียร์ดื่มกันตรงคาเฟ่ใกล้กับโฮสเทล พวกเราสั่ง Pilsner Urquell เบียร์อันดับหนึ่งของ   เช็กมาดื่มกัน รสชาติดีมากๆ เลยล่ะ เรานั่งชิวกันอยู่พักใหญ่ และคืนนี้คงฝันดีทีเดียวเพราะมีเบียร์เช็กย้อมใจ เอาละ  Good night Cesky Krumlov!

We went back to the hostel in order to take a nap and after that we planned on going to see the sunset at the hill nearby the hostel (I hope it’s near).

We woke up at 7 pm and walked to the place the hostel owner told us that it’s a good place for sunset, we believed them. It took us almost 20 minutes to get there and there was no one up at the hill. We walked a little farther inside the forest and saw one abandoned house, which made us scared. But the sunset scene was very gorgeous. We were glad we came but we didn’t let ourselves stay there too long as we felt some strange feelings.

We strolled back to the hostel and enjoyed the atmosphere on the way back. We cooked our dinner and talked to some friends at the hostel but they didn’t seem so cool, so we went out to a pub to get a Czech beer. Surprisingly, it was the best beer I’ve ever tasted, it was a great night! Good night Cesky Krumlov!

DSC01604

The picture doesn't look that good but it was great to the eyes!
The picture doesn’t look that good but it was great to the eyes!
the night with my buddy, Pilsner Urquell!!
the night with my buddy, Pilsner Urquell!!
Travel

Can’t get enough of Prague!!!

IMG_1572

เช้าวันใหม่ฉันกับเพื่อนไปในครัวของโฮสเทลและตกลงว่าทานมาม่าเป็นอาหารเช้า อยู่ที่ไหนบนโลกก็แล้วแต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ มาม่า  (ไทยสไตล์จ้า) เราทานไปก็ได้คุยกับเพื่อนชาวออสเตรเลียคนหนึ่ง เขานอนห้องเดียวกัน เราเอ่ยปากไปว่าเคยมีคนรู้จักอยู่ออสเตรเลีย เขาก็เลยร้องอ๋อ บอกว่าไม่น่าละถึงฟังสำเนียงเขาออกด้วย  คุยกันไปได้สักพัก เขาบอกว่าคงไม่ออกไปไหนวันนี้ ฉันก็เลยบอกลาเพราะใกล้เที่ยงแล้ว เนื่องจากฉันกับเพื่อนจะไปดู Astronomical Clock (Astronomical Clock ตอนเที่ยงจะพิเศษกว่าช่วงเวลาอื่น เพราะจะมีนักบุญทั้ง 12 ออกมาเต้นรำ) แต่เราควรคิดให้เร็วกว่านี้ จะทันไหมนะ พวกเราสองคนเลยรีบวิ่งขึ้นรถรางสาย 12 แล้วลงสถานี Malostranské náměstí จึงวิ่ง 4*100 ผ่านสะพานชาร์ลล์ที่รักเพื่อไปให้ถึงจัตุรัสทันเวลา เมื่อเราไปถึงนักท่องเที่ยวเริ่มสลายตัว หันไปมองนาฬิกาเที่ยงห้านาทีเป็นอันว่าความฝันจบลง เลทมาแค่นาทีเดียวก็ทำให้กะเหรี่ยงไทยไม่ได้ดูตุ๊กตาชุดใหญ่ที่จะออกมาตอนเที่ยง เป็นไงล่ะ ทำอะไรไม่คิดได้แต่ทำหน้าเศร้ากันไป

จากนั้นฉันบอกเพื่อนว่าจะเดินเล่นแถวนี้แล้วแว๊บไปหาสะพานชาร์ลล์ที่รัก เราจึงแยกกัน เพราะเพื่อนฉันจะไปช้อปปิ้ง แต่ฉันสนใจอยากเห็นการใช้ชีวิตของชาวเช็กแถวนี้มากกว่า เธอเลยบอกว่าเอาแผนที่มา เพราะเธอบอกว่าฉันจำทางได้อยู่แล้ว ไอ้เราก็โอเค เราก็เลยแยกย้ายและนัดเจอกันอีกครั้งที่ร้านสตาร์บัคส์ตรงสถานีรถราง Malostranské náměstí ตอนบ่ายสองครึ่ง

The next day…we woke up quite late and were chilling all morning until we realized that we wanted to see Astronomical Clock at noon. With that quick decision, we ran out of the hostel so fast and tried to catch the next tram. I was in the tram but my mind was already in Old Town Square. Once we got off, we ran so crazily past the crowds on Charles Bridge and in a short while we found ourselves a few minutes late for the huge statues’ dancing, DAMN US!

So I told my friend that I would stroll around in Old Town and on the Charles Bridge, she agreed as she would like to go shopping and she took my map (by saying that I already knew the directions, Ok great ) We would meet again at Starbucks near tram station (Malostranské náměstí) at 2.30 pm. I was extremely happy to have all the time by me, myself and I for more than 2 hours.

หน้าเศร้ามากปะ
หน้าเศร้ามากปะ

ฉันรู้สึกเป็นอิสระเมื่อไม่มีใครเดินตามก้น ฉันจึงเยื้องย่างไปแถวๆ จัตุรัสเมืองเก่าอีกรอบ ซื้อไอติม ทานแล้วหาที่นั่งดูผู้คนและดูวงดนตรีที่คอยสร้างเสียงครื้นเครงให้กับนักท่องเที่ยวแถวนั้น ฉันยืนดูสักพักพร้อมถ่ายวิดีโอเก็บไว้ ท่ามกลางเสียงดนตรีที่คอยขับกล่อมผู้คนนั้น ฉันได้ตัดสินใจไปเดินทอดน่องตรงโบสถ์ทีนอีกรอบ เพราะเมื่อวานยังดูไม่หนำใจ กระจกสีในโบสถ์ยังคงสวยงามดึงดูดสายตาคนชม ฉันเดินเล่น สัมผัสบรรยากาศความสงบ ความศรัทธาในโบสถ์ก็เหลือบเห็นนาฬิกาว่าเกือบบ่ายโมงแล้วจึงออกไปข้างนอกจัตุรัส ฉันนั้นเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำ จึงเดินไปดูนาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) อีกรอบ ตอนบ่ายโมงนักบุญไม่ออกมาเต้นอย่างยิ่งใหญ่เหมือนกับตอนเที่ยงแต่ฉันก็อยากไปดูอยู่ดี ยืนรอดูตุ๊กตาก็มีภาษาไทยมากระแทกหู หันไปมองจึงเห็นคนไทยข้างๆ พูดขึ้นมาว่าที่นี่ไม่มีคนไทยเลยเนอะ จากนั้นฉันเปลี่ยนที่ไปอีกฝั่งเพราะอัดวิดีโอได้ไม่ชัดแน่ๆ หากอยู่ที่เดิม ไปถึงอีกฝั่งก็มีคนไทยอีกกลุ่มอยู่ข้างๆ ก็พลันคิดในใจ (ไม่มีคนไทยได้ไงวะ เกลื่อนเชียว นึกว่าอยู่กรุงเทพฯ)

I felt so free and exuberant to go to places. In the Old Town Square area, I bought ice cream while enjoying the liveliness this place had to offer. There were loads of street musicians either solo or in a group. Everyone was enjoying the music both tourists and locals. The music lulled around the square and I was among the crowd who drank deep of the Czech style of music. I walked towards ‘the Church of Our Lady before Tyn’ again, since I couldn’t have enough of Prague, I needed to come visit for the second time. All those stained-glasses still welcomed me warmly, I felt peace and faith inside the church. The place was full of people. I believe there are people from many religions visiting the church and everyone seemed to respect things they saw in front of them, sometimes human beings could be unbelievably peaceful under some states of minds.

At one o’clock, I went back to Astronomical Clock (again) with the intention to watch the dancing at 1, of course it was not as massive as noon time but at least it would make me satisfied (after I missed the 12).  After a while of standing there, I sparsely heard Thai language from afar.

One woman said: “There are absolutely no Thai people here”

I moved a bit further for my camera to record the dancing stuff, then I accidentally saw another group of Thai people and decided that the first woman was wrong because there were some Thai people here (thought I was in Bangkok for God’s sake!)

Astronomical Clock
Astronomical Clock
Old Town Square
Old Town Square
โบสถ์ทีนไกลๆ
โบสถ์ทีนไกลๆ

DSC01396

                   DSC01397

ที่ที่เราซื้อขนมตร๊ะเดลนิค
ที่ที่เราซื้อขนมตร๊ะเดลนิค

ฉันดูนาฬิกาดาราศาสตร์เสร็จแล้วเลยจะไปเดินทอดน่องบนสะพานชาร์ลล์ ระหว่างเดินไปก็ได้เจอกับคนไทยกลุ่มที่สามซึ่งพวกเขาพยายามถ่ายรูป แต่ไม่มีคนถ่ายให้ เราเลยบอกว่า “ถ่ายรูปให้ไหมคะ” เขาก็อ้าว คนไทยเหรอ (คิดในใจ คนเช็กมั้ง พูดไทยซะขนาดนี้) เราถ่ายรูปให้พวกเขาเสร็จเลยขอตัว เขาก็พยายามจะถามไถ่ว่ามาเที่ยวคนเดียวเหรอ ฉันเลยตอบว่ามากับเพื่อนอีกคน แต่แยกกันเดิน เขาก็ทำหน้าตกใจ ฉันรีบยกมือไหว้และลา เมื่อปลีกตัวออกมาได้ จึงเดินไปจัตุรัสเวนเซสลาสที่อยู่ในเขตเมืองใหม่ของปรากแต่ไม่ห่างกับเขตเมืองเก่ามากเท่าไรนัก ใจกลางจัตุรัสมีรูปปั้นนักบุญเวนเซสลาสอยู่บนเกาะกลางถนน ถนนเส้นนี้กึ่งๆ จะเป็นถนนคนเดินเพราะสองฝั่งมีร้านค้าเรียงราย เต็มไปด้วยอาคารแบบอาร์ตนูโว แถวนี้เป็นย่านที่คึกคัก สวยงามและทันสมัย  ย่านนี้จะมีร้านแลกเงินจำนวนมากและเป็นที่ทางของสถานีรถไฟใต้ดิน Mustek  ย่านนี้โมเดิร์นเกินไปสำหรับฉัน ฉันรีบย้อนกลับทางเดิมไปหาสะพานชาร์ลล์ ถึงแล้วก็รู้สึกดีใจที่ฉันได้กลับมาหาสะพานชาร์ลล์อีกช่วงเวลาที่ต่างไปของวัน

Next stop would be my beloved Charles Bridge. Anyways, I met another group of Thai people on the way to Charles Bridge. They were trying to get a team picture and no one helped them, so I walked up to them as I wanted to give them a hand.

I said: “I could help you guys get this photo?” (speaking in Thai)

One woman said: “Are you Thai?” (I was thinking, “no I’m Czech but speak Thai fluently” of course I must be Thai.)

I took the team photo for them and the woman asked what I was doing here alone in Prague, I said I was with a friend but we split and she looked so worried.

After helping them taking the photo, I said goodbye. I wandered until I got to Wenceslas Square. This square has the statue of St. Wenceslas. I found the square more crowded than Old Town Square because there was a lot of shops and restaurants in Art Nouveau style along two sides. An abundance of exchange money kiosks was here, this area was very modern and stylish, moreover there is also metro station (Mustek) that makes the area busier with many people from all walks of life. So I decided to go back the Charles Bridge to see it for another period of the day.

ฝีมือถ่ายรูปไม่ค่อยดีน่ะ ติดเสี้ยวหน้าคนอยู่เรื่อย ไม่ก้ติดนิ้วมื้อตัวเอง 55555
ฝีมือถ่ายรูปไม่ค่อยดีน่ะ ติดเสี้ยวหน้าคนอยู่เรื่อย ไม่ก็ติดนิ้วมื้อตัวเอง 55555
ศิลปินบนสะพาน
ศิลปินบนสะพาน
ผู้คนมาเยี่ยมท่านบ่อยชริงๆ
ผู้คนมาเยี่ยมท่านบ่อยชริงๆ
เมื่อแดดร่มลมตก...
เมื่อแดดร่มลมตก…

แดนยามบ่ายส่องแสงเปรี้ยงแต่ฉันก็ไม่ลดละใช้เวลาอยู่บนสะพานมองชีวิตผู้คน นักท่องเที่ยว และพ่อค้าแม่ขายชาวเช็กที่นำของที่ระลึกต่างๆ มาขาย นักท่องเที่ยวยังคงหนาตาถึงแม้อากาศจะร้อนแค่ไหนก็ตาม ฉันเลยไปหามุมหนึ่งบนสะพานข้างๆรูปปั้น ยืนพักและทอดอารมณ์ไปพร้อมกับชมสายน้ำวัลตาวา ฉันไม่ได้สนใจผู้คนหากแต่ซึมซับบรรยากาศ ณ จุดนั้นที่ฉันสัมผัสอยู่ กำลังทอดอารมณ์จนได้ที่ ก็มีเสียงลอดเข้ามา

“ถ่ายรูปให้พี่หน่อยค่ะ เอามุมนี้ด้วยค่ะ มุมนั้น มุมโน้น สวยจังเลยค่ะ เอาอีกค่ะๆ”

ฉันหันไป พร้อมเห็นคนไทยกลุ่มที่สี่ของวันพยายามถ่ายรูปกลางสะพานและไม่ได้สนใจบรรยากาศรอบข้างเลยแม้แต่น้อย ฉันเชื่อว่าพวกคุณมาถึงที่นี่แล้ว เพราะมีรูปถ่ายยืนยัน แต่ฉันว่าคงยากแน่ๆ หากให้เขียนบรรยายถึงบรรยากาศรอบข้างและสิ่งที่พวกคุณได้รับ… ทำไงได้ คนเราก็มีความชอบที่แตกต่างกัน เราก็ใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป…..

The afternoon sun shone too brightly and it slightly made me sick, but I insisted to roam around on the bridge regardless. I like people watching and at that moment I observed how the tourists and local sellers enjoy their lives and the atmosphere. A lot of tourists kept coming because of the warm weather. The local sellers were just sitting there, making their products without forcing the tourists to buy those souvenirs. The musicians enjoyed themselves by playing and singing and not worrying too much if the coins would ever be dropped in their boxes. I moved to one statue and was just standing there chilling, watching people and letting my heart flow along with Vltava. For a while, I was overjoyed by the atmosphere until I heard something in Thai.

A woman said: “Please take a photo of me, here and there and also here is another good spot…..”

I noticed the fourth Thai group of the day in Prague, they were only enjoying the photos that were taken and they took the entire atmosphere and the whole Prague for granted. I felt kind of weird…and I mean a lot of people want to come to Prague to see how beautiful she is like and her long gone history and the eventful stories. I think the only thing these people would remember are the taken photos, but not the real atmosphere.

DSC01424

Vltava
Vltava

DSC01434

DSC01439

ฉันรีบย้ายไปมุมอื่น และเห็นผู้คนไปลูบคล้ำนักบุญนาโปมุก เขาว่ากันว่า หากได้ลูบจะโชคดี ฉันเลยทำบ้าง เห็นแล้วก็ขำดี ใช้ชีวิตบนสะพานเป็นชั่วโมงๆ และหลงรักสะพานชาร์ลล์อย่างโงหัวไม่ขึ้น เหมือนจะเป็นเอามาก แต่เมื่อจวนเวลานัด ฉันเลยต้องล่ำลากับสะพานชาร์ลล์ ไม่อยากจากไปเลย แต่ฉันจะกลับมาอีก ฉันมั่นใจ

I walked away because I needed peace to enjoy my own company. I saw people rubbing one part of the most popular statue; St. Nepomuk, as they believe that it brings us good luck. So I did the same. Hopefully that I might have a chance to come back to Prague. I was strolling around on the Charles Bridge for almost 2 hours, but had to leave and say goodbye to the bridge when it was time to meet up with the friend.

DSC01445

ในขณะที่ฉันกำลังเดินไปยังสตาร์บัคส์ที่เรานัดกันไว้ เพื่อนฉันรีบวิ่งตัวปลิวผ่านฉันไปพร้อมของในมือที่พะรุงพะรัง ฉันก็ไม่ได้เรียกเธอหรอกนะ อยากเห็นเพื่อนวิ่ง เห็นแล้วก็ขำดี อิๆ เจอกันที่ร้านกาแฟเราหาอะไรเย็นๆ ดื่ม แล้วนั่งรถรางกลับโฮสเทลเพราะเพื่อนฉันได้ของมาเต็มไม้เต็มมือ (เหมือนเคย) นั่งพักที่โฮสเทลซักพัก นั่งตากแอร์บนรถรางแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยสบายจากไอแดดตอนบ่าย เอากับฉันสิ ไม่สบายขึ้นมาแล้ว เป็นเพราะสะพานชาร์ลล์แท้ๆ  แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจมาก รีบจัดการตัวเองและออกจากโฮสเทลตอนบ่ายสามเพราะวันนี้มีนัดกับไกด์ประจำตัวคนเดิมเวลานี้

While walking to Starbucks, the meeting point, I saw my friend running so quickly past me and it was just funny. She knows that I’m a punctual person and I can get mad if someone is late, I really appreciated what she was doing. I had fits of laughter and didn’t call her name at all. : P  We met and I told her I saw her running and she was just complaining that I made fun of her. Hahaha Anyway, We got cold drinks, went back to our hostel (to put my friend’s stuff). It was cold in the tram, my temperature changed suddenly after the hot sun, I felt quite sick (already) but we still  had to meet with my best guide at 3 p.m.

Prague from Petrin Tower
Prague from Petrin Tower

บ่ายนี้พวกเราจะเดินขึ้นไป Petrin    Petrin เป็นสวนสาธารณะมุมสูงให้พักผ่อนหย่อนใจและมี Tower ที่มองเห็นกรุงปรากได้ทั้งเมือง สังเกตดูนะที่ปรากมีสวนสาธารณะมุมสูงเยอะแยะเลย พวกเรานั่งรถรางที่นำเราขึ้นไปยังสวนสาธารณะข้างบน นักท่องเที่ยวมากมายต่างก็นั่งพักผ่อน ทุกคนมาที่นี่ส่วนมากเพื่อจะขึ้นหอคอยไปชมวิวกรุงปรากทั้งเมือง แต่ไกด์ Lubos กับเพื่อนฉันไม่อยากขึ้นไป งานนี้ฉันเลยฉายเดี่ยวใช้บัตรนักศึกษาต่างชาติที่มีเป็นส่วนลด

This afternoon we had a plan to go up to Petrin, another beautiful park above Prague. There is the Petrin Tower that tourists would go up to see the whole Prague, and I did not miss. We arrived there, a lot of people enjoyed themselves by having a picnic or walking their dogs or just lying on the grass. It is such a great place to relax and chill with friends and family, and would be perfect with someone special.  I went up the Petrin Tower alone this time because my two friends just wanted to chill.

คลื่นคนที่สะพานชาร์ลล์
คลื่นคนที่สะพานชาร์ลล์

DSC01454

DSC01456

ฉันเดินขึ้นบันไดไปหลายขั้นอยู่ เด็กๆ วิ่งขึ้นลงอย่างสนุกสนาน ฉันก็ได้แต่คิดในใจ (ทำไงละเนี่ยถ้าหอคอยไม่แข็งแรง จริงๆแล้วกะเหรี่ยงไทยปอดแหกมากเลยค่ะ) ฉันไม่ได้กลัวความสูงหรอกแต่ไม่เข้าใจว่าเด็กๆ จะวิ่งเล่นกันบนทางขึ้นทำไมมันไม่ได้มีพื้นที่กว้างขนาดนั้นนะ ฉันขึ้นไปถึงยอด ฉันมองเห็นวิวทิวทัศน์ของปรากทั้งเมือง เป็นวิวระดับห้าดาวที่ปรากมอบให้คนแปลกหน้าอย่างฉัน คุ้มค่าจริงๆ ที่ขึ้นมายังหอคอยแห่งนี้ เมืองปรากสวยงามน่าอัศจรรย์ มียอดปราสาทแหลมๆ สีฟ้ามากมายพุ่งแทงเสียดฟ้า มองเห็นแม่น้ำวัลตาวาที่ไหลเอื่อยรับกับสะพานชาร์ลล์ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองปรากมายาวนานหลายร้อยปี สะพานชาร์ลล์ในขณะนั้นมีคลื่นคนมากมายอยู่บนสะพานราวกับมีของฟรีแจกแถวสะพาน สะพานชาร์ลล์นั้นถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมของผู้คนอย่างยิ่ง ฉันอิ่มหนำสำราญใจกับวิวตรงหน้าและเก็บภาพความทรงจำพร้อมกดชัตเตอร์ภาพอื่นๆ อีกเล็กน้อยรวมถึงการอัดวิดีโอสั้นๆ หลังจากซึมซับบรรยากาศได้สักพักหนึ่ง ฉันลงมาข้างล่างและนั่งพัก พูดคุยกับเพื่อนอีกสองคนที่รอฉันอยู่

It was long enough until I got on the top. Children was running around like they were in a plain field, they scared the hell out of me. However, I felt so thrilled when seeing the whole Prague from atop, Prague had five-star view to offer and she never disappointed me. I thought my friend might regret that she refused to come up here, because Prague from atop was stunning and just perfect and it melted my heart. I was so blessed, so happy to be there at that very moment.

The blue Gothic style churches almost everywhere contrast with orange roof of cute houses in Prague. It was such a magnificent panorama! Vltava flew slowly, while the stream of people on Charles was the same, slow and crowded. Charles Bridge is very popular for all time of the day. The view was truly exceptional.

มาถึงปราสาทปรากแต่ผู้คนทยอยกันกลับ เพราะเย็นย่ำแล้ว
มาถึงปราสาทปรากแต่ผู้คนทยอยกันกลับ เพราะเย็นย่ำแล้ว
Walked somewhere nearby and found this!
Walked somewhere nearby and found this!

DSC01472

หายเหนื่อยแล้วพวกเราจึงใช้ทางลัดของ Petrin ที่สามารถเดินไปยัง Prague Castle ได้ เราเดินมองชีวิตผู้คน เดินชมธรรมชาติสดชื่นในยามเย็น ไม่นานนักเราก็ไปถึงปราสาทปราก ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบหกโมงแล้วสถานที่ต่างๆ ในรั้วปราสาทก็ปิดทำการหมดแล้ว ไกด์เลยเดินไปถามเจ้าหน้าที่ให้เพราะฉันอยากไป Golden Lane (ถนนช่างทองหรือตรอกทองคำ) มาก สุดท้ายเธอก็บอกพวกเราว่า ให้กลับมาอีกทีหลังหกโมงเย็น เขาจะเปิดให้เข้าชมฟรีแต่ไม่ให้เข้าไปยังอาคารด้านใน พวกเราก็ตกลงปลงใจ หลังหกโมงเย็นพวกเรากลับมาใหม่และได้เข้าไปชมในส่วนของตรอกทองคำ

I felt relaxed so we continued walking, we took a shortcut by the hill to Prague Castle. I kept watching people all the way (that’s what I like to do), absorbed and breathed the fresh air in the evening cool.  After a little while, we arrived at Prague Castle (very late already) and every building in the palace area was already closed, but we asked some staff and one said, we should come back after 6 p.m. since the Golden Lane will be opened (only for seeing and we could not go inside).

บ้านขนาดเล็กๆทั้งนั้น
บ้านขนาดเล็กๆทั้งนั้น

DSC01481

the houses are that smaaaall
the houses are that smaaaall

ตรอกนี้สร้างเมื่อศตวรรษที่ 16 สมัยนั้นใช้เป็นที่พักของยามรักษาการณ์ของปราสาท แต่ต่อมาในศตวรรษที่ 17 เชื่อว่ามีช่างทองเข้ามาอยู่อาศัยก็เลยกลายเป็นถนนของช่างทอง แต่ก็ไม่ทราบว่าเรื่องนี้จริงหรือเปล่า บ้านเรือนในตรอกนี้จะมีลักษณะน่ารักและสดใส เพดานบ้านจะไม่สูงมาก ฉันรู้สึกหลงรักตรอกทองคำอีกแล้ว… ในตรอกทองคำแห่งนี้มีบ้านของ Franz Kafka นักเขียนชื่อดังอยู่ด้วย เขาเป็นนักเขียนชาว Czech-Jewish ที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 22 ประมาณหนึ่งปี เพื่อมาเขียนหนังสืออย่างเงียบสงบ ฉันนึกครึ้มเลยไปขอเก็บภาพไว้ ฉันเคยเรียนวรรณคดีเยอรมันกับหนังสือที่เขาเขียน ก็เลยภาคภูมิใจที่ครั้งหนึ่งฉันมาเยี่ยมบ้านของเขา เย็นย่ำ พวกเราทั้งสามก็มองหาร้านอินเตอร์เน็ต เนื่องจาก Lubos ต้องปริ้นท์ตั๋วที่ฉันไป         ฮัมบวร์กและตั๋วของเพื่อนที่เธอจะไปเบอร์ลิน ลืมบอกไปว่าไกด์ประจำตัวของฉันทำงานกับการรถไฟเช็ก ฉันเลยให้เขาซื้อตั๋วให้เพราะจะได้ราคาถูกลงครึ่งหนึ่ง เราหาร้านเท่าไรก็หาไม่เจอ พวกเราเลยไปหาร้านอาหารไทยในเช็กทานกัน เนื่องจาก Lubos อยากให้เราพาเขาไปชิมว่ารสชาติไทยพอหรือเปล่า คราวหน้าเวลาเขาอยากกินอาหารไทยเขาจะได้มาแบบไม่เสียเที่ยว ร้านนี้อร่อยมากเลย รสชาติไทยแท้ ฉันได้ทานอาหารไทยเข้าไปแล้วทำให้รู้ว่าจริงแล้วนั้นฉันคิดถึงบ้านเมืองเรามากเพียงใด…

After 6 p.m. we came back to the Golden Lane, no one was excited about it but I was. I was looking forward to seeing this since I have had read about this Golden Lane, it’s somehow interesting. Golden Lane was built in 16th century, it used to be the shelter of security officers of the palace. Then in the 17th century, it’s believed that alchemists came to live there to produce gold, that’s why it’s been called “Golden Lane.” but not sure if this story was true.

However, Franz Kafka, the famous Czech-Jewish writer used to live in Golden Lane in a house no.22 for a year to write his book, I was so thrilled to come to his home in  Czech Republic, I read his book once in a German literature class and I really liked it. Furthermore, the houses are very small and they have the lowest ceiling in the world (I guess) LOL

We finished roaming around, then we were trying to find an internet café as my personal guide had to print out our train tickets that he booked for us (for me to Hamburg and for my friend to Berlin, forgot to tell you my guide works with Czech railways.) We couldn’t find any yet so we stopped at a Thai restaurant since my Czech friend wanted to eat to real Thai food, and turned out they made it out really great…I just realized how much I missed my homeland.

I looked soooooooooooo sick
I looked soooooooooooo sick

IMG_1597

หลังอาหารเย็นพวกเรานั่งรถเมโทรเรื่อยๆ เพื่อไปตามหาร้านอินเตอร์เน็ตในย่าน Florence และแถวๆ จัตุรัสเวนเซสลาส หาเท่าไหร่ก็ไม่มีร้านไหนเปิดเลย จนมาเจอร้านประจำของไกด์ที่จะปิดภายใน 5 นาที ไม่งั้นฉันจะไม่มีตั๋วไปฮัมบวร์ก สุดท้ายสวรรค์ก็เข้าข้างเราโชคดีจริงๆ เราปริ้นท์ทุกอย่างได้เรียบร้อยและร้านก็ปิดทันที ได้เวลากลับโฮสเทลสักทีสินะ วันนี้เดินมาทั้งวันเลย Lubos นั่งรถรางมาส่งเราสองคนอีกตามเคย พวกเรานั่งพูดคุยไปตลอดทาง ฉันก็ได้ซบไหล่น้องชายของฉัน อบอุ่นจริงเชียว อิๆ กลับมาถึงโฮสเทลสามทุ่มครึ่ง ฉันจับมือ Lubos และกอดลาอยู่พักใหญ่ ฉันกล่าวคำขอบคุณมากมายที่พรั่งพรูออกมาจากใจ ฉันย้ำเสมอว่า และเมื่อไรที่เขามีโอกาสมาเมืองไทยฉันจะ treat เขาเป็นอย่างดีอย่างที่เขาได้ทำให้ฉันในเมืองปรากแห่งนี้  เดินมาถึงห้อง รู้สึกป่วยๆ ยังไงพิกล จากที่ตากแดดเมืองปรากมาทั้งวัน ฉันรีบทำธุระส่วนตัว เปลี่ยนชุดแล้วก็เข้านอนทันที ฉันลืมตาไม่ไหวอีกแล้ว ไม่น่าเชื่อสะพานชาร์ลล์ที่แสนรักทำกับฉันได้ถึงขนาดนี้ เพื่อนฉันถึงกับหัวเราะขำพร้อมกับพูดว่า “เป็นไงล่ะ สะพานชาร์ลล์ที่เฝ้ารอมาห้าปี (ของมึง)” ฉันไม่ได้ตอบโต้เธอ ไม่นานนักฉันก็หลับใหลไปในความมืดของห้องนอนและกรุงปรากยามค่ำคืน

We were soooo full and happy but then we realized our tickets were not yet printed out and every shop seemed to be closed, so we took the metro to Florence area to find an internet café and we found zero. We tried again by taking the metro to Wenceslas Square and found none. Then my guide just had one place in mind and he took us there, we got there 5 minutes before it’s closed, thanks God. Our mission was completed and it’s time to go back to the hostel. My guide came with us on the tram because he wanted to see us off. It was such a good long day and we were all exhausted. We got to the hostel around 9.30 p.m. and I was pouring the thank-you words to my friend, he treated me very well here and he will always be welcome in my home, Thailand, and I will just treat him better. : ) I got into the room and felt so sick, I changed and was ready to sleep. My friend was kind of mocking me by saying “how was it?, the Charles Bridge that you had been waiting for 5 years?” She cut me deep but I was sick as hell so I just went to bed, Good night World!

to be continued…..

Travel

หลงรัก…น่านเข้าแล้ว

ทุกคนไปน่าน คงได้ถ่ายภาพจากมุมนี้
ทุกคนไปน่าน คงได้ถ่ายภาพจากมุมนี้ ณ วัดพระธาตุเขาน้อย

หลังจากที่ได้เขียนเรื่องราวและประสบการณ์การไปยุโรปมาสักระยะ มาถึงตอนนี้เอง ฉันก็รู้สึกขี้เกียจ (เพราะมันเยอะเหลือเกิน) และอยากแบ่งปันเรื่องราวการเดินทางในประเทศบ้าง (การเดินทางทริปยุโรปนั้นยังไม่จบ หากแต่ขอพักไว้ก่อน)

กล่าวถึงเมื่องน่านนั้น ทุกคนก็คงทราบดีว่า น่านเป็นจังหวัดเล็กๆ ในภาคเหนือ อาจจะเป็นทางผ่านหรือปลายทางของใครบางคนและอาจจะไม่เป็นที่นิยมเท่าเชียงใหม่ หรือ ปาย แต่ฉันเชื่อว่าหากได้ทำความรู้จักกับน่านแล้ว บางคนอาจหลงรัก ถึงกับถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว …เพราะฉันเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ฉันก็เป็นคนหนึ่งในนั้น

ฉันเองได้รู้จักเมืองน่านจากเพื่อนมหาลัยคนนึง ที่ไปเที่ยวเมืองน่านบ่อยกว่ากลับบ้านเธอเสียอีก ก็เพราะเธอหลงใหลในเสน่ห์ของเมืองที่แสนน่ารัก อีกทั้งยังมีมิ่งมิตรที่แสนจะใจดีและผูกพัน ณ เมืองน่าน

ฉันได้ใช้เวลาที่น่านเกือบ 1 สัปดาห์ และยังไม่ได้ไปเที่ยวรอบนอกมากนัก แต่ในตัวเมืองก็พอรู้จักในระดับหนึ่ง โดยที่นักท่องเที่ยวจะสามารถเช่าจักรยานหรือรถมอเตอร์ไซด์ได้ ด้วยความที่เป็นเด็กแว๊นซ์อยู่พอตัว ฉันก็ได้เช่ารถมอเตอร์ไซด์เป็นพาหนะตลอดทริป  : ) เพราะเราจะได้ไปถึงจุดหมายปลายทางอย่างรวดเร็ว  แต่เราไม่ประมาทนะคะ 🙂 เรียกว่าเที่ยวอย่างมีสติ ถึงสะตังค์จะไม่ค่อยมี

IMG_8101

เรามาเริ่มต้นกันที่วัดพระธาตุเขาน้อย ซึ่งจะมีจุดที่เป็น landmark หรือ photogenic spot ของเมืองน่าน  จากวัดพระธาตุเขาน้อย เราจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 (ขอขอบคุณข้อมูลจากวิกิพีเดีย)

มันเหนื่อยมากนะ กว่าจะขึ้นถึง
มันเหนื่อยมากนะ กว่าจะขึ้นถึง

IMG_8102

เราขับรถขึ้นยอดดอยเขาน้อย และเดินขึ้นบันไดประมาณ 300 ขั้น ก็ทำเอาลมจะจับ แต่จนแล้วจนรอดก็ขึ้นมาได้ โดยส่วนตัวแล้วฉันไม่มีความรู้เกี่ยวกับวัดมากเท่าไรนัก แต่รู้ว่าวัดพระธาตุเขาน้อย ได้มอบวิวระดับห้าดาวให้ผู้มาเยือน และฉันรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างยิ่ง

ต่อไปเราจะไปอีกสองวัดในตัวเมืองน่าน นั่นก็คือ วัดมิ่งเมือง และ วัดภูมินทร์ที่มี จิตรกรรมฝาผนัง ภาพกระซิบรัก ที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางอยู่ด้านใน    การเดินทางในจังหวัดน่านนั้นไม่ยากเลยหากเราเช่าจักรยานหรือมอเตอร์ไซด์อย่างที่ฉันกล่าวไว้ข้างต้น นอกจากนั้นหากกลัวหลง เราก็สามารถไปขอแผนที่จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวได้ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับวัดภูมินทร์โดยอยู่คนละฝั่งถนนกัน แล้วข้างๆ ก็มีร้านกาแฟน่านั่งให้เราพักผ่อนหย่อนใจก่อนเดินทางกันต่อ

วัดมิ่งเมือง จ.น่าน
วัดมิ่งเมือง จ.น่าน

        วัดมิ่งเมือง เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน ประวัติของวัดมิ่งเมือง คือ เดิมเป็นวัดร้าง มีเสาหลักเมืองที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่สองคนโอบ พบที่ซากวิหาร ในราวปี 2400 เจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าครองนครน่านสถาปนาวัดใหม่ ตั้งชื่อว่า วัดมิ่งเมือง ตามชื่อที่เรียกเสาหลักเมืองว่า เสามิ่งเมือง ต่อมาปี 2527 ได้มีการรื้อถอนและสร้างอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบล้านนาร่วมสมัยแบบในปัจจุบัน (ขอขอบคุณ http://www.sadoodta.com

IMG_8114

วัดภูมินทร์ก็สวยงามเช่นกัน
วัดภูมินทร์ก็สวยงามเช่นกัน
รปภาพที่มีชื่อเสียงโด่งดัง "กระซิบรัก" ณ ฝาผนังวัดภูมินทร์
รูปภาพที่มีชื่อเสียงโด่งดัง “กระซิบรัก” ณ ฝาผนังวัดภูมินทร์

วัดภูมินทร์   อยู่ใกล้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านเป็นวัดที่มีลักษณะแปลกกว่าวัดอื่น ๆ คือ โบสถ์และวิหาร สร้างเป็นอาคารหลังเดียวกัน ประตูไม้ทั่งสี่ทิศ แกะสลักลวดลายงดงามโดยฝีมือช่างเมืองน่าน นอกจากนี้ฝาผนังแสดงถึงชีวิตและวัฒนธรรมของยุดสมัยที่ผ่านมาความสวยแปลกของวัดภูมินทร์ คือ เป็นพระอุโบสถและพระวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกัน เป็นทรงจัตุรมุข (กรมศิลปากร ได้สันนิษฐานว่าเป็นอุโบสถจัตุรมุขหลังแรกของประเทศไทย) นาคสะดุ้งขนาดใหญ่ แห่แหนพระอุโบสถเทินไว้บนกลางลำตัว ตรงใจกลางพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่สี่องค์ ประทับนั่งบนฐานชุกชี หันพระพักตร์ออกด้านประตู ทั้งสี่ทิศ เบื้องพระปฤษฎางค์ชนกัน ภายในพระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังศิลปกรรมไทลื้อ ที่เล่าเรื่องชาดก ตำนานพื้นบ้าน และความเป็นอยู่ของชาวน่านในอดีต (ขอขอบคุณ www.tonkeian.com) 

IMG_8124

พระธาตุแช่แห้ง
พระธาตุแช่แห้ง

วัดต่อไปจะเป็น วัดพระธาตุแช่แห้ง พระบรมธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน อยู่ห่างจากตัวเมืองไปราว ๒ กม. เส้นทางสายน่าน-แม่จริม สันนิษฐานว่ามีอายุราว ๖๐๐ ปี พญาการเมืองโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๙๑ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจากกรุงสุโขทัย องค์พระธาตุมีความสูง ๕๕.๕ เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ ๒๒.๕ เมตร บุด้วยทองเหลืองหมดทั้งองค์ เป็นโบราณสถานที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของล้านนา ทุกปีจะมีงานนมัสการพระบรมธาตุแช่แห้ง ระหว่างวันขึ้น ๑๑ ค่ำ ถึง ๑๕ ค่ำเดือน ๖ ทางเหนือ ซึ่งจะอยู่ราวปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นเดือนมีนาคมของทุกปี (ขอขอบคุณ http://www.dhammathai.org)

วันต่อมานะคะ เราจะเดินทางไป หอศิลป์ริมน่าน หอศิลป์นี่จะอยู่ไกลออกไปจากตัวเมืองหน่อย แต่ด้วยความแว๊นซ์แล้ว เราสู้ตายค่ะ  ขอบอกว่าเส้นทางไปหอศิลป์นั้นสวยงามมาก ได้ใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ เกือบโดนรถบรรทุกเฉี่ยวไปหลายรอบ แต่ก็คุ้มค่าค่ะ

Let's go!
Let’s go!
เอ๊ะ ที่นี่ที่ไหน?
เอ๊ะ ที่นี่ที่ไหน?
น้องชอบกระซิบรักเว่อร์ชั่นนี้ค่าาาาา
น้องชอบกระซิบรักเว่อร์ชั่นนี้ค่าาาาา
พวกเราชอบที่นี่มากๆค่ะ ฮ่าๆๆ
พวกเราชอบที่นี่มากๆค่ะ ฮ่าๆๆ
IMG_8174
แม่น้ำน่านก็ไหลตามเรามาถึงที่นี่

จริงๆ ชีวิตที่น่านนั้น มีแต่ความสนุกสนานมากมาย หากแต่สามารถนำมาบอกเล่าได้เท่าที่ควร ฉันได้เจอเพื่อนๆ ที่น่ารัก และผู้ใหญ่ที่ใจดี ดังนั้นฉันบอกได้เลยว่า การไปน่านครั้งนี้ไม่ได้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะเมืองเล็กๆ นี่แหละที่ทรงเสน่ห์และควรค่าแห่งการมาเยือนอย่างยิ่ง ก่อนจากกัน ขออวดอาหารที่กินตลอดทริปเลยนะคะ รักมาก บอกเลย ข้าวซอยไก่จ้าาาา

my fav dish ever!
my fav dish ever!

Nan is a small province in the north of Thailand.

Nan is not as popular as Chiang Mai or Pai but I believe her charm will make you want to go back again once you visit.

There are many majestic northern-styled temples in Nan as well as many gorgeous restaurants and cafes to chillax.

Nan Riverside Art Gallery is regarded significant for arts and culture of Nan.

Nightlife in Nan is fun and not too extreme. which I really enjoyed and I met a few good friends there.

Nan is a province you should visit and you will never regret your choice, trust me.

“A journey of a thousand miles begins with a single step.” – Lao tzu